asianbeat เว็ปไซด์เสนอข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเอเชีย

  • facebook

Interview Now ~ HIRO SANO ~(3/3)

  |  Next
Interview Now ~ SANO HIRO ~

อยากเป็นสะพานเชื่อมระหว่างญี่ปุ่นกับไทย

ab:มีเสน่ห์ของไทยอะไรที่อยากบอกคนญี่ปุ่นบ้างไหมครับ?

เหมือนกันอีกนั่นแหละ “คนไทย” ครับ ผมคิดว่าผมชอบคนไทยเลยอยากจะลองใช้ชีวิตที่เมืองไทยนานๆ เหตุผลนั้นคือการให้ความสำคัญกับคนไทย เป็นสิ่งที่ “น่าสนุก” เรื่องงานเป็นอันดับสองหรืออันดับสาม สำหรับคนที่ “ไม่ใช่หรอกนะ เรื่องงานต้องมาเป็นอันดับหนึ่งสิ” วิธีการใช้ชีวิตของคนไทยนำไปอ้างอิงได้ คนไทยจะใช้ชีวิตโดยให้ความสำคัญกับความสุข และความสนุกไว้ก่อน ถ้าลองใช้ความรู้สึกแบบคนญี่ปุ่นดู ก็จะเห็นว่ามันน่าสนใจมากๆ เลย
คุณซาโนะ ฮิโระ
คนไทยไม่ค่อยจะอดกลั้นเท่าไร ฉะนั้นจะไม่มีความเครียดสะสม ผมเลยคิดว่าน่าจะเกี่ยวโยงไปถึงระดับความสุขของพวกเขาด้วย เรื่องพวกนั้นเป็นอะไรที่เต็มล้นมาก พวกเขาอาจจะไม่ได้สังเกต แต่การใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานคืออันดับหนึ่ง ตัวเลือกของสรรพสิ่งต่างๆ จะถูกกำหนดเอาไว้ทั้งหมด นั่นคือเสน่ห์อย่างนึงของพวกเขา ความอดทนของคนญี่ปุ่นก็วิเศษตามประสาคนญี่ปุ่น แต่ถ้ารวมกับองค์ประกอบของคนไทยเข้าไปในการใช้ชีวิตด้วย ก็คงจะดีไม่น้อย นั่นเป็นสิ่งที่ตัวผมเองก็ตั้งเป้าหมายไว้เช่นกัน

ab:เสน่ห์ของญี่ปุ่นที่โดยใจคนไทยผ่านรายการ “SUGOI JAPAN” คืออะไรครับ?

อาหารญี่ปุ่นครับ ผมคิดว่า “อาหาร” เป็นวัฒนธรรมที่เข้าใจง่ายที่สุด สำหรับคนไทยแล้ว การไปญี่ปุ่นจริงๆ ทานอาหารจริงๆ และเข้าใจได้ทันทีว่า “โอ้ สุดยอด อร่อยมาก” จะชอบมากกว่า “นี่คืออาวุธของโชกุนโทคุกาวะรุ่นที่เท่าไร” อะไรแบบนั้นนะครับ แล้วก็วิวสวยๆ ในธรรมชาติ นี่ก็ “โห สวยจังเลย” แบบเข้าใจง่ายๆ เลยครับ วิวที่สวยในธรรมชาติที่คนไทยชอบก็คือดอกไม้ เช่น ลาเวนเดอร์ หรือชิบะซากุระที่มีการออกแบบและจัดไว้สวยงาม การจัดตกแต่งเก่งมากเลยนะครับ คนญี่ปุ่น ดอกไม้ส่วนใหญ่ก็ชอบกันอยู่แล้ว แต่ส่วนที่ออกแนวศิลปะก็จะดึงดูดใจคนมากกว่า และแน่นอนว่าภูเขาไฟฟูจิก็เป็นที่นิยมมากเช่นกัน ภูเขาไฟฟูจิที่ถ่ายจากทะเลสาบคาวากุจิคนไทยชอบมาก ถ้าตรงนั้นมีชิบะซากุระด้วยล่ะก็ จะเพอร์เฟคมากเลย! ยิ่งช่วงซากุระบานคนก็จะเยอะมาก ยุ่งเชียวล่ะ ในเว็บไซต์ของไทยก็เช็คได้ว่าซากุระจะบานที่ไหนก่อนด้วยล่ะ
คุณซาโนะ ฮิโระ
ab:พอได้ทำงานด้วยกันกับคนไทย เคยคิดไหมว่าการทำงานแตกต่างกับคนญี่ปุ่น? และจุดไหนที่ไม่เหมือนกันครับ?

มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการที่ญี่ปุ่น คือให้ทุกคนช่วยกันย่อ จนได้ตกผลึกจากทุกคน นั่นคือภาพลักษณ์การทำงานแบบญี่ปุ่น แต่ในกรณีของไทย แม้จะมีการเตรียมบทพูดมาอย่างเพียบพร้อมแค่ไหน แต่ก็ไม่ต้องเกรงใจ พอมีเหตุการณ์อะไรที่บังเอิญเกิดขึ้นตรงไหน ก็ให้ใช้ความรู้สึกได้ สนุกดีเหมือนกัน

ในบทพูดก็จะเขียนเป็นข้อๆ ว่า “ไปที่นี่” “พูดเรื่องนี้ตรงนี้” ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างการถ่ายทำ จู่ๆ มีกิ่งไม้ร่วงลงมาจากต้นไม้ แม้จะไม่มีในบทพูด ผมก็จะวิ่งมุ่งหน้าไปทางนั้น ตากล้องก็จะตามไป ผมสนุกกับแอดลิปแบบนั้น ถ้าผมทำแบบนั้นที่ญี่ปุ่นล่ะก็ ในขณะที่ทุกคนตั้งใจทำตามบทพูดอย่างดี ผมก็จะกลายเป็นคนก่อกวนที่สร้างความเดือดร้อน (หัวเราะ) ญี่ปุ่นก็มีข้อดีแบบญี่ปุ่น ไทยก็มีข้อดีแบบไทย การสร้างทางข้ามขึ้นมาตรงกลาง ก็คือ “SUGOI JAPAN” ตั้งใจว่าจะเลือกแต่สิ่งดีๆ ของแต่ละที่มาใช้
ab:หลังจากที่ดำเนินรายการ “SUGOI JAPAN” มาเป็นระยะเวลานาน มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างไหมครับ?

ผมทำ “SUGOI JAPAN” มา 4 ปี หากเทียบกับเมื่อก่อน ก็รู้สึกว่า คำว่า “สุโก่ย” เข้าถึงคนไทยมากขึ้น เวลาไปในเมือง ก็มีคนชวนคุย ชวนถามว่า “ต่อไปจะไปกินอะไรอีก” เป็นรายการที่ค่อนข้างโฟกัสเรื่องอาหารญี่ปุ่น เลยทำให้คนที่สนใจอาหารญี่ปุ่นมีเพิ่มขึ้นด้วย คนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเพราะอยากไปทานอาหารญี่ปุ่นที่รายการแนะนำก็มีเยอะด้วย
ab:ช่วยบอกเป้าหมายและความตั้งใจหลังจากนี้ให้ฟังหน่อยครับ

“SUGOI JAPAN” ก็มีกำหนดการที่จะดำเนินรายการต่อไปเรื่อยๆ ครับ จากการแนะนำญี่ปุ่นหลายๆ อย่างในรายการ ทำให้มีคนไทยที่ “อยากไปญี่ปุ่นจริงๆ” เยอะขึ้นมากๆ คิดว่าหลังจากนี้น่าจะมีคนไทยไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่ที่ญี่ปุ่นก็ยังมีบางส่วนที่ไม่คุ้นชน และอาจมีเรื่องที่รู้สึกตกใจหรือกลัวได้ เพราะฉะนั้น ผมก็อยากทำอะไรบางอย่างเพื่อให้ทางฝั่งญี่ปุ่นรู้ถึงข้อดีของคนไทย และอธิบายว่าคนต่างชาติเป็นแบบนี้ๆ อะไรยังงี้

ในทางกลับกัน ถ้าทางฝั่งญี่ปุ่นอยากเรียกคนไทย อยากมาเมืองไทย บางที่ก็รู้จักคนไทยก็มี เป้าหมายของผมต่อจากนี้ก็คือการเป็นสะพานเชื่อมผู้คนเหล่านั้นเข้าหากันครับ การช่วยเหลือคนจากญี่ปุ่นที่อยากมาทำอะไรสักอย่างที่ไทย ก็คิดว่าเราเรื่องที่คิดว่าเราน่าจะสามารถช่วยได้
คุณซาโนะ ฮิโระ
ab:สุดท้ายนี้ ช่วยฝากข้อความถึงผู้อ่าน Asian Beat ด้วยครับ

ปีนี้เป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ญี่ปุ่นไทย 130 ปีพอดี ระยะเวลาของประวัติศาสตร์ ผมถือว่ายังเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ซึ่งหลังจากนี้ เพื่อที่จะให้ไทยกับญี่ปุ่นกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าปัจจุบัน ผมก็อยากจะทำหลายๆ อย่างในฐานะที่ยืนอยู่ในจุดที่เป็นสะพานระหว่างสองประเทศครับ ขอให้คนไทยทุกคนลองมาเที่ยว และสัมผัสเสน่ห์หลากหลายของญี่ปุ่นดูให้ได้นะครับ ส่วนคนญี่ปุ่นทุกคนครับ ผักชีที่กินที่ญี่ปุ่น กับผักชีที่กินที่ไทย ต่างกันในเรื่องของสภาพอากาศด้วย รสชาติเลยไม่เหมือนกันสักนิด ฉะนั้นต้องลองมากินผักชีแท้ๆ ที่เมืองไทยแล้ว!

ของรางวัลแด่ผู้อ่าน

ลายเซ็นของ คุณซาโนะ ฮิโระแจกลายเซ็นคุณซาโนะ ฮิโระเป็นรางวัลแก่ผู้อ่าน asianbeat 3 ท่าน!

●ระยะเวลาสมัครลุ้นรับของรางวัล 21 พฤศจิกายน 2017 ~ 21 ม.ค. 2018
●ประกาศผลผู้โชคดี 24 ม.ค. 2018

※หมดเขตรับลุ้นรับของรางวัลแล้วนะคะ
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่เข้าร่วมกิจกรรมกับเราค่ะ


รายชื่อผู้โชคดีตามข้างล่างนี้ค่ะ

คุณ ศิรประภา เฮงปฐม
คุณ ราเชล
คุณ วรรณวิสา จรูมเคลือ


(※สำหรับผู้โชคดีเราจะทำการตืดต่อไปเพื่อขอที่อยู่ในการส่งของรางวัลไปให้ค่ะ)

ประวัติของ คุณซาโนะ ฮิโระ

ย้ายมากรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2001 และย้ายฐานอาชีพนักแสดงไปที่ประเทศไทย มีผลงานที่ไทยทั้งงานโฆษณา, มิวสิควิดีโอ, ละคร, ละครเวที, ภาพยนตร์ และงานในอีกหลายๆ ประเภท ผลงานภาพยนตร์ไทย เรื่อง “Chocolate” / “A moment in June” ได้ไปฉายที่ในงานเปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติอินเดีย และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ

แสดงละครไทยเรื่อง “ฮิโรชิมะสกาย” (ละครที่ระลึกในวาระครบรอบ 120 ปีความสัมพันธ์ญี่ปุ่นไทย) และแสดงเป็นมิโยชิ ทหารที่เคยมีชีวิตอยู่จริงในเรื่อง “บุญผ่อง” แสดงในบทคนญี่ปุ่นหลายเรื่องที่ไทยจนความรู้สึกขัดหรือไม่กลมกลืนกันแห้งเหือดไป และผลสรุปก็คือ การทำกิจกรรมที่ให้ทุกคนได้รู้จักกับญี่ปุ่น

■ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
SUGOI JAPAN TV Channel Website:http://www.sugoijp.com/
SUGOI JAPAN Facebook:SugoiJapanTH

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่

External Links

  |  Next