- Home
- คอลัมน์พิเศษ
- คอสเพลย์
- Cosplayers Laboratory
- Cosplayers Laboratory –ประเทศญ...
- Cosplayers Laboratory –ภาคญี่ป...
- บทสัมภาษณ์ ~ครั้งที่ 1 KONOMI...
บทสัมภาษณ์ ~ครั้งที่ 1 KONOMI AKIRA~(1/2)
Previous | Next

คุณ KONOMI AKIRA ผู้ซึ่งเป็นที่รักของคนทั่วโลกในฐานะตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น เราจะได้ฟังกันถึงเรื่องราวของคอสเพลย์เยอร์ที่มีแต่เธอเท่านั้นที่เล่าให้ฟังได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแรงจูงใจที่ทำให้เธอกลายมาเป็นคอสเพลย์เยอร์แนวหน้า หรือความแตกต่างของญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ซึ่งเธอได้เรียนรู้ระหว่างการทำงานในเวทีโลก
ฉันคิดว่า คำว่า “มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ!” เป็นคำที่ทุกคนเข้าใจตรงกันทั่วโลกนะคะ
คำถาม (จากนี้ไปจะใช้ตัวย่อ Q): แรงจูงใจที่ทำให้เริ่มแต่งคอสเพลย์คืออะไร
KONOMI AKIRA (จากนี้ไปจะใช้คำว่า KONOMI) : ฉันถูกหลอกค่ะ (หัวเราะ) เมื่อก่อนฉันรักการเล่นกีฬามากเลยนะคะ เคยเป็นนักเล่นสกีด้วยล่ะค่ะ ต้องไปแข่งขันที่ต่างประเทศจนไม่ได้ไปโรงเรียนเลย แล้วตอนนั้นมีนักเรียนที่ย้ายโรงเรียนมาใหม่ที่หน้าตาน่ารักมากมาชวนฉันว่า “KONOMI จัง วันอาทิตย์นี้ไปเที่ยวกันมั้ย” ตอนนั้นฉันไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเลย ก็เลยดีใจมากแล้วที่ที่ไปคือสถานที่จัดงานอีเวนท์คอสเพลย์ค่ะ ฉันตกใจมากไม่คิดว่าจะมีโลกแบบนี้อยู่ด้วย ตอนไปเข้าค่าย นอกจากซ้อมสกีแล้ว รอบตัวก็มีแต่ภูเขาหิมะ ทำให้ออกไปเที่ยวไหนไม่ได้ เวลาว่างก็นั่งอ่านการ์ตูนหรือไม่ก็ดูอนิเมชั่นที่ชอบเท่านั้นล่ะค่ะ อนิเมชั่นหรือการ์ตูนที่ดูตอนอยู่ต่างประเทศก็เป็นของญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเลย ฉันเลยค่อนข้างจะรู้จักเยอะ ทำให้ตอนที่ฉันไปที่สถานที่จัดงานอีเวนท์ตอนนั้น ฉันรู้สึกเหมือนฉันไปดิสนี่ย์แลนด์ แล้วร้องออกมาว่า “อ๊ะ มี Mickey ด้วย!” เหมือนภาพ 2 มิติที่เห็นมาตลอด มาอยู่ในโลกของความเป็นจริงน่ะค่ะ (หัวเราะ) คอสเพลย์เยอร์ที่เห็นครั้งแรกในตอนนั้นมีฝีมือมาก และเท่ด้วย ทำให้ฉันเองก็อยากลองแต่งดูบ้าง ตัวละครแรกที่แต่งคือ Cloud จาก FF7 (Final Fantasy) ค่ะ ยังจำได้เลยว่า ตอนนั้นกลุ้มใจมากเลยว่าจะทำชุดตรงไหล่ยังไงดี (หัวเราะ)
KONOMI AKIRA (จากนี้ไปจะใช้คำว่า KONOMI) : ฉันถูกหลอกค่ะ (หัวเราะ) เมื่อก่อนฉันรักการเล่นกีฬามากเลยนะคะ เคยเป็นนักเล่นสกีด้วยล่ะค่ะ ต้องไปแข่งขันที่ต่างประเทศจนไม่ได้ไปโรงเรียนเลย แล้วตอนนั้นมีนักเรียนที่ย้ายโรงเรียนมาใหม่ที่หน้าตาน่ารักมากมาชวนฉันว่า “KONOMI จัง วันอาทิตย์นี้ไปเที่ยวกันมั้ย” ตอนนั้นฉันไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเลย ก็เลยดีใจมากแล้วที่ที่ไปคือสถานที่จัดงานอีเวนท์คอสเพลย์ค่ะ ฉันตกใจมากไม่คิดว่าจะมีโลกแบบนี้อยู่ด้วย ตอนไปเข้าค่าย นอกจากซ้อมสกีแล้ว รอบตัวก็มีแต่ภูเขาหิมะ ทำให้ออกไปเที่ยวไหนไม่ได้ เวลาว่างก็นั่งอ่านการ์ตูนหรือไม่ก็ดูอนิเมชั่นที่ชอบเท่านั้นล่ะค่ะ อนิเมชั่นหรือการ์ตูนที่ดูตอนอยู่ต่างประเทศก็เป็นของญี่ปุ่นเกือบทั้งหมดเลย ฉันเลยค่อนข้างจะรู้จักเยอะ ทำให้ตอนที่ฉันไปที่สถานที่จัดงานอีเวนท์ตอนนั้น ฉันรู้สึกเหมือนฉันไปดิสนี่ย์แลนด์ แล้วร้องออกมาว่า “อ๊ะ มี Mickey ด้วย!” เหมือนภาพ 2 มิติที่เห็นมาตลอด มาอยู่ในโลกของความเป็นจริงน่ะค่ะ (หัวเราะ) คอสเพลย์เยอร์ที่เห็นครั้งแรกในตอนนั้นมีฝีมือมาก และเท่ด้วย ทำให้ฉันเองก็อยากลองแต่งดูบ้าง ตัวละครแรกที่แต่งคือ Cloud จาก FF7 (Final Fantasy) ค่ะ ยังจำได้เลยว่า ตอนนั้นกลุ้มใจมากเลยว่าจะทำชุดตรงไหล่ยังไงดี (หัวเราะ)
Q: กิจกรรมที่ทำเป็นประจำในฐานะคอสเพลย์เยอร์คืออะไร
KONOMI: KONOMI: วันหยุดก็มีตัดชุดบ้าง ดูการแต่งหน้าแบบพิเศษๆ บ้าง บางทีก็ไปถ่ายรูปหรือไปงานอีเวนท์กับเพื่อนๆ ค่ะ อย่างเช่น ถ้าเป็นเรื่อง Inazuma Eleven ฉันก็จะลงไปเล่นฟุตบอลจริงๆ แล้วก็ถ่ายรูปหรือไม่ก็ถ่ายวีดีโอกันน่ะค่ะ แล้วฉันก็มีทีมคอสเพลย์ที่ต้องมีการแสดงด้วย ฉันเลยต้องไปซ้อมฟันดาบหรือซ้อมเต้นกับทุกคนฉันจะมุ่งมั่นทำอะไรกับที่คนที่ชอบในเวลาที่ชอบน่ะค่ะโชคดีที่ฉันมักจะถูกเชิญไปเป็นแขกรับเชิญในงานอีเวนท์ในต่างประเทศบ่อยๆ เป็นการแสดง ทอล์คโชว์ ออกสื่อ เยี่ยมสถานกงศุล หรือไม่ก็การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของเยาวชนน่ะค่ะ ที่มีอยู่เป็นประจำ คือ การแต่งคอสเพลย์ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศตามคำเชิญของสถานกงศุลหรือหน่วยงานราชการน่ะค่ะ
Q:จุดเปลี่ยนหรือสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากที่ได้แต่งคอสเพลย์แล้วคืออะไร
KONOMI: ตั้งแต่แต่งคอสเพลย์มาจนกระทั่งตอนนี้ผ่านไป 10 ปีแล้ว สิ่งที่ฉันทำและคิดก็ยังค่อนข้างเหมือนเดิมนะคะ มีแต่รอบข้างค่ะที่เปลี่ยนไป คือ ฉันมีเพื่อนที่คอยเชียร์ และเพื่อนคนสำคัญเพิ่มขึ้นค่ะ
KONOMI: KONOMI: วันหยุดก็มีตัดชุดบ้าง ดูการแต่งหน้าแบบพิเศษๆ บ้าง บางทีก็ไปถ่ายรูปหรือไปงานอีเวนท์กับเพื่อนๆ ค่ะ อย่างเช่น ถ้าเป็นเรื่อง Inazuma Eleven ฉันก็จะลงไปเล่นฟุตบอลจริงๆ แล้วก็ถ่ายรูปหรือไม่ก็ถ่ายวีดีโอกันน่ะค่ะ แล้วฉันก็มีทีมคอสเพลย์ที่ต้องมีการแสดงด้วย ฉันเลยต้องไปซ้อมฟันดาบหรือซ้อมเต้นกับทุกคนฉันจะมุ่งมั่นทำอะไรกับที่คนที่ชอบในเวลาที่ชอบน่ะค่ะโชคดีที่ฉันมักจะถูกเชิญไปเป็นแขกรับเชิญในงานอีเวนท์ในต่างประเทศบ่อยๆ เป็นการแสดง ทอล์คโชว์ ออกสื่อ เยี่ยมสถานกงศุล หรือไม่ก็การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของเยาวชนน่ะค่ะ ที่มีอยู่เป็นประจำ คือ การแต่งคอสเพลย์ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศตามคำเชิญของสถานกงศุลหรือหน่วยงานราชการน่ะค่ะ
Q:จุดเปลี่ยนหรือสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากที่ได้แต่งคอสเพลย์แล้วคืออะไร
KONOMI: ตั้งแต่แต่งคอสเพลย์มาจนกระทั่งตอนนี้ผ่านไป 10 ปีแล้ว สิ่งที่ฉันทำและคิดก็ยังค่อนข้างเหมือนเดิมนะคะ มีแต่รอบข้างค่ะที่เปลี่ยนไป คือ ฉันมีเพื่อนที่คอยเชียร์ และเพื่อนคนสำคัญเพิ่มขึ้นค่ะ

■อินาสึมะอีเลฟเวน/Endo Mamoru
ถ้าถามว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีก่อนไหม ก็คงเป็นการที่ฉันใช้จักรโพ้งเป็น ขมวดปมเชือกได้เก่งขึ้น รีดผ้าเก่งขึ้น เก่งขึ้นแต่เรื่องพวกนี้ล่ะมั้งคะ (หัวเราะ) การแต่งคอสเพลย์ทำให้คนที่เห็นสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ เลยว่า “อ๋อ นี่เธอชอบตัวนี้เองเหรอ” ใช่มั้ยล่ะคะ
การที่ฉันได้รู้ว่า มีคนอีกหลายคนที่ชอบสิ่งที่เราชอบมากถึงขนาดนี้เหมือนกัน ก็ตั้งแต่เริ่มแต่งคอสเพลย์นี่แหละค่ะ
ในต่างประเทศ ถึงเราจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ แต่เราก็เชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยคำว่า “ชอบ” อย่างเช่นประโยคที่ตัวเอกเรื่อง Inazuma eleven ที่เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับฟุตบอลพูดว่า “มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ!” ไม่ว่าฉันจะเป็นตอนที่ฉันไปประเทศไทยหรือจีน ฉันก็จะได้ยินประโยคนี้ (หัวเราะ) ฉันคิดว่า นี่เป็นประโยคที่สื่อสารกันได้ทั่วโลกจริงๆ ค่ะ เมื่อก่อนมีคนที่ทำวิจัยเกี่ยวกับศาสนามาพูดให้ฉันฟังว่า “อนิเมชั่นนี่สุดยอดจริงๆ” “ทั้งที่ทุกคนร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไม่ได้แท้ๆ แต่กลับร้องเพลงประกอบอนิเมชั่นได้” ฉันเลยรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเราเป็นผู้เผยแผ่ศาสนาเลยล่ะค่ะ เป็นกลุ่มคน 2.5 มิติ ที่อยู่ระหว่างโลก 2 มิติกับโลก 3 มิติ (หัวเราะ)ตอนที่ดีใจที่สุดคงจะเป็นตอนที่มีคนมาบอกว่า “พอเห็นรูปคอสเพลย์ของคุณ KONOMI ทำให้ฉันรู้สึกสนใจเรื่องนั้นแล้วไปดูมา ครั้งหน้าฉันจะแต่งคอสเพลย์เรื่องนั้นบ้าง” ฉันดีใจที่สิ่งที่ฉันคิดว่าดีได้ขยายวงกว้างออกไปค่ะ
การที่ฉันได้รู้ว่า มีคนอีกหลายคนที่ชอบสิ่งที่เราชอบมากถึงขนาดนี้เหมือนกัน ก็ตั้งแต่เริ่มแต่งคอสเพลย์นี่แหละค่ะ
ในต่างประเทศ ถึงเราจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ แต่เราก็เชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยคำว่า “ชอบ” อย่างเช่นประโยคที่ตัวเอกเรื่อง Inazuma eleven ที่เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับฟุตบอลพูดว่า “มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ!” ไม่ว่าฉันจะเป็นตอนที่ฉันไปประเทศไทยหรือจีน ฉันก็จะได้ยินประโยคนี้ (หัวเราะ) ฉันคิดว่า นี่เป็นประโยคที่สื่อสารกันได้ทั่วโลกจริงๆ ค่ะ เมื่อก่อนมีคนที่ทำวิจัยเกี่ยวกับศาสนามาพูดให้ฉันฟังว่า “อนิเมชั่นนี่สุดยอดจริงๆ” “ทั้งที่ทุกคนร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไม่ได้แท้ๆ แต่กลับร้องเพลงประกอบอนิเมชั่นได้” ฉันเลยรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเราเป็นผู้เผยแผ่ศาสนาเลยล่ะค่ะ เป็นกลุ่มคน 2.5 มิติ ที่อยู่ระหว่างโลก 2 มิติกับโลก 3 มิติ (หัวเราะ)ตอนที่ดีใจที่สุดคงจะเป็นตอนที่มีคนมาบอกว่า “พอเห็นรูปคอสเพลย์ของคุณ KONOMI ทำให้ฉันรู้สึกสนใจเรื่องนั้นแล้วไปดูมา ครั้งหน้าฉันจะแต่งคอสเพลย์เรื่องนั้นบ้าง” ฉันดีใจที่สิ่งที่ฉันคิดว่าดีได้ขยายวงกว้างออกไปค่ะ
ฉันเองก็อยากจะสร้างพื้นที่ความสุขใหม่ๆ ที่ญี่ปุ่นให้เยอะๆ

■TIGER & BUNNY/Blue Rose(pepsi NEX ver.)
Q:จากประสบการณ์ที่ได้ไปต่างประเทศในฐานะตัวแทนของคอสเพลย์เยอร์ ญี่ปุ่นและต่างประเทศมีความแตกต่างแตกกันไหม
KONOMI: คอสเพลย์เยอร์ของญี่ปุ่นจะโดดเด่นมากในเรื่องการถ่ายภาพนิ่งที่ทำออกมาให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด แต่ในต่างประเทศมักจะแสดงออกมาในลักษณะการเคลื่อนไหวค่ะ ฉันไม่เคยแสดงออกในลักษณะการเคลื่อนไหวมาก่อน เพราะฉะนั้นฉันเลยตกใจมากตอนที่เห็นครั้งแรกว่า มันมีวิธีแบบนี้ด้วยหรือนี่
และที่แตกต่างอีกจุดก็คือ ในญี่ปุ่น คอสเพลย์ยังมีภาพลักษณ์ที่เป็นงานอดิเรกที่ไม่เปิดเผยนัก แต่ต่างประเทศจะเป็นงานอดิเรกที่เปิดเผย และโอตาคุจะให้ความรู้สึกที่เป็นแบบ “เท่และงดงาม” ด้วย ในงานอีเวนท์ส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะเป็นคนทั่วไปหรือพ่อแม่พาลูกมาด้วยกัน และทุกคนก็จะมาดูการแสดงของคอสเพลย์ด้วยนะคะและฉันก็ประทับใจกับการที่เขาจับกลุ่มกันเป็นทีม และแบ่งหน้าที่การแสดงกันด้วยล่ะค่ะ ถึงคอสเพลย์จะแสดงคนเดียวได้ แต่ที่ต่างประเทศมักจะจับกลุ่มกัน ฉันก็เลยสร้างทีมขึ้นมาที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน เพราะการจับกลุ่มกันจะให้ความรู้สึกที่มีระดับมากขึ้นไปอีก ฉันเองก็คิดว่า จะทำให้ “คอสเพลย์แบบเคลื่อนไหว” เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นบ้าง (หัวเราะ) มีคนคิดว่าฉันบ้าไปแล้วที่คิดแบบนั้น เพราะที่ญี่ปุ่นไม่เคยมีมาก่อน คิดว่าฉันคงทำไม่ได้ แต่ระยะหลังนี้คนรอบข้างเปลี่ยนมาให้ความร่วมมือกับฉัน แล้วสภาพการณ์ก็เปลี่ยนไป ที่ญี่ปุ่นก็เริ่มเปลี่ยนไปเหมือนที่ต่างประเทศขึ้นมาบ้างแล้วล่ะค่ะ
KONOMI: คอสเพลย์เยอร์ของญี่ปุ่นจะโดดเด่นมากในเรื่องการถ่ายภาพนิ่งที่ทำออกมาให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด แต่ในต่างประเทศมักจะแสดงออกมาในลักษณะการเคลื่อนไหวค่ะ ฉันไม่เคยแสดงออกในลักษณะการเคลื่อนไหวมาก่อน เพราะฉะนั้นฉันเลยตกใจมากตอนที่เห็นครั้งแรกว่า มันมีวิธีแบบนี้ด้วยหรือนี่
และที่แตกต่างอีกจุดก็คือ ในญี่ปุ่น คอสเพลย์ยังมีภาพลักษณ์ที่เป็นงานอดิเรกที่ไม่เปิดเผยนัก แต่ต่างประเทศจะเป็นงานอดิเรกที่เปิดเผย และโอตาคุจะให้ความรู้สึกที่เป็นแบบ “เท่และงดงาม” ด้วย ในงานอีเวนท์ส่วนใหญ่ในต่างประเทศจะเป็นคนทั่วไปหรือพ่อแม่พาลูกมาด้วยกัน และทุกคนก็จะมาดูการแสดงของคอสเพลย์ด้วยนะคะและฉันก็ประทับใจกับการที่เขาจับกลุ่มกันเป็นทีม และแบ่งหน้าที่การแสดงกันด้วยล่ะค่ะ ถึงคอสเพลย์จะแสดงคนเดียวได้ แต่ที่ต่างประเทศมักจะจับกลุ่มกัน ฉันก็เลยสร้างทีมขึ้นมาที่ญี่ปุ่นเหมือนกัน เพราะการจับกลุ่มกันจะให้ความรู้สึกที่มีระดับมากขึ้นไปอีก ฉันเองก็คิดว่า จะทำให้ “คอสเพลย์แบบเคลื่อนไหว” เป็นที่นิยมในญี่ปุ่นบ้าง (หัวเราะ) มีคนคิดว่าฉันบ้าไปแล้วที่คิดแบบนั้น เพราะที่ญี่ปุ่นไม่เคยมีมาก่อน คิดว่าฉันคงทำไม่ได้ แต่ระยะหลังนี้คนรอบข้างเปลี่ยนมาให้ความร่วมมือกับฉัน แล้วสภาพการณ์ก็เปลี่ยนไป ที่ญี่ปุ่นก็เริ่มเปลี่ยนไปเหมือนที่ต่างประเทศขึ้นมาบ้างแล้วล่ะค่ะ
Previous | Next
WHAT’S NEW
EDITORS' PICKS
PRESENTS
asianbeat's present campaign!
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง คุณ Aoyama Yoshino, คุณ Suzushiro Sayumi สำหรับ 2 ท่าน
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง Okasaki Miho คุณ Kumada Akane และคุณMindaRyn สำหรับ 2 ท่าน
- ◆Winner announced! ลุ้นรับของรางวัลจาก "เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว Scarlet Bond เวอร์ชั่นภาพยนตร์" สำหรับ 3 ท่าน