asianbeat เว็ปไซด์เสนอข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเอเชีย

  • facebook

Interview Now ~GARNiDELiA~(1/3)

Previous  |  
GARNiDELiA
คู่หู GARNiDELiA มาให้สัมภาษณ์ใน “Interview Now” ในรอบ 2 ปี!ครั้งนี้เราได้พูดคุยถึง “Violet Cry” อัลบั้มที่สองที่จะปล่อยวันที่ 14 ธันวาคม และ Series “Odotchattemita” ที่กำลังเป็นกระแสมาแรงในเว็บไซต์กันอยู่ตอนนี้ นอกจากนั้นยังพูดคุยเรื่องการทำเพลง และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่องเล่าจากต่างประเทศอีกด้วย!ที่สำคัญคือมีของรางวัลพร้อมลายเซ็นด้วยนะ โปรดติดตามจนถึงช่วงสุดท้าย!

เพลงที่ทำให้ร้องไห้ไปด้วยกันได้ก็ดีเหมือนกันนะ

Asianbeat (ใช้ตัวย่อด้านล่างว่า ab): เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของชื่อ “Violet Cry” อัลบั้มที่สองที่จะปล่อยวันที่ 14 ธันวาคมหน่อย

MARiA:“Violet (สีม่วง)” เป็นสีที่ได้จากการนำสีแดงกับสีน้ำเงินมาผสมกัน “สีน้ำเงิน” ให้ความรู้สึกเศร้า ส่วน “สีแดง” ให้ความรู้สึกสนุกสนานและร้อนแรง ใช้สีเป็นตัวแทนแสดงความรู้สึก ส่วน “Cry” นอกจากจะหมายถึง ร้องไห้แล้ว ยังหมายถึงการร้องตะโกนอีกด้วย อยากจะทำเป็นอัลบั้มที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกหลายๆ แบบ เป็นอัลบั้มที่ให้ทุกคนที่ได้ฟังปลดปล่อยความรู้สึกออกมา เลยเลือกชื่อนี้

GARNiDELiA
▲MARiA(ซ้าย)、toku(ขวา)

ab:หากเทียบกับอัลบั้มแรก “Linkage Ring” คิดว่ามีส่วนที่รู้สึกโตขึ้น หรือมีส่วนที่เปลี่ยนแปลงใหม่หรือไม่?

MARiA:ครั้งนี้ ถ้าพูดถึงเนื้อเพลง และมุมมองของโลก คิดว่าเป็นเนื้อเพลงที่เข้าใกล้ผู้ฟังมากขึ้น นี่ก็ปีที่ 3 แล้วหลังจากเดบิวต์ และหลังจากที่ได้ไปไลฟ์ทั้งในญี่ปุ่น และต่างประเทศ ก็อยากทำเป็นเพลงที่สนุกสุดๆ ตอนไลฟ์ เลยทำเป็นอัลบั้มที่อัดแน่นไปด้วยเพลงที่ แบบนี้แหละที่ต้องการ คิดว่ามีเพลงที่ตอนไลฟ์จะสนุกเพิ่มขึ้น เพลงที่พวกเราเขียนขึ้นมา มีธีมเกี่ยวกับพวกอวกาศ ความยิ่งใหญ่อะไรเถือกนั้นซะเยอะ แต่เนื้อเพลงในอัลบั้มนี้ จะเน้นอะไรที่เรียลๆ หน่อย เป็นเรื่องใกล้ตัวที่รวมถึงความรักด้วย คิดว่าเป็นอะไรที่ใกล้ชิดกับผู้ฟังมากขึ้น

ab:เนื้อเพลงหรือเพลงพิเศษที่เป็นอิมเมจในอัลบั้มนี้คืออะไร?

MARiA:ทั้งหมดเลย (หัวเราะ) เพลงที่พวกเราร้องที่ผ่านมาส่วนใหญ่ค่อนข้างจะ positive เกี่ยวกับความฝัน ความหวัง ส่วนมากจะเป็นข้อความที่บอกให้ “ทุกคนมาพยายามกันเถอะ” อะไรแบบนี้ แต่เพลง “Cry” เป็นเพลงที่หม่นหมองมาก (หัวเราะ) และจบแบบเศร้าๆ แบบนั้นแหละ ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้เขียนเพลงที่ไม่มีการช่วยเหลืออะไรเลย แต่ตอนที่เราอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด การที่มีคนอยู่ข้างๆ ร้องไห้ไปด้วยกัน อาจจะดีกว่ามีคนมาปลอบใจกว่าเยอะ คิดว่าทำแบบนั้นมันได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกต่อกันมากกว่า นานๆ ทีคิดว่ามีเพลงหม่นๆ แบบนี้ เพลงที่ทำให้ร้องไห้ไปด้วยกันได้ก็ดีเหมือนกันนะ

ab:ตอนที่อัดเพลง มีเรื่องอะไรที่ทำให้เหนื่อยใจไหม?

MARiA:ตอนนี้ยังทำไม่เสร็จเลย・・・(ปัจจุบัน 4 พฤศจิกายน 2016) อัลบั้มนี้มีเพลงใหม่ 9 เพลง กดดันเชียวล่ะ (หัวเราะ)

toku:สิ่งที่คิดตั้งแต่เริ่มแรกคือ จะทำหลายๆ Genre อย่างที่พูดเมื่อกี้ก็คือสีแดง สีน้ำเงิน หรือเพลงที่มีหลายความรู้สึกอยู่ข้างใน แต่ทำนองก็ต้องมีหลาย Genre ด้วย และคิดว่าควรมีขอบเขตที่กว้างหน่อย ถึงตรงนั้นก็รู้สึกเหมือนได้ท้าทายนะ ไม่มีเวลา แต่ก็คิดว่าจะทำไปเรื่อยๆ แบบจวนเจียนเนี่ยล่ะ

พอคิดว่าจะมีวัฒนธรรมญี่ปุ่นสักอย่างนึงกลายเป็นที่ชื่นชอบ ก็รู้สึกดีแล้วที่ได้ทำ

ab:Series “Odotchattemita” ที่เมเรียซังเต้นกับมิอุเมะซัง แดนเซอร์ และคาเมนไลอาร์ 217ซัง เป็นที่นิยมอย่างมาก อะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นของเพลงนี้?

MARiA:ได้เจอกับมิอุเมะจังที่ Nikoniko Event ตอนนั้นทุกคนคงไม่คิดว่าฉันเต้นเป็น ก็เลยปรึกษากับมิอุเมะจังว่า ที่จริงแล้วฉันก็อยากเต้นด้วย ช่วงที่ฉันออกอัลบั้มเดี่ยวเลยคุยกันว่า “งั้นทำสักเพลงดีไหม!” อารมณ์คล้ายๆ กับงานเทศกาล และเพื่อจะดึงดูดความสนใจ คิดว่าเต้นสามคนน่าจะดีกว่า มิอุเมะจังเลยชวน 217 มาด้วย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่มาเต้นด้วยกันสามคน โดยเริ่มจากนัดแรก เพลงชื่อว่า “Gilrs” ที่อัพวิดีโอไปเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากนั้นก็ทำเป็น 1 ปี 1 ครั้ง เป็นนัดที่สอง นัดที่สาม จนมาถึงตอนนี้
GARNiDELiA MARiA
ab:นัดที่ 4 วิดีโอเพลง “Gokuraku Jodo” ก็ฮิตมากๆ เลยนะ พิถีพิถันกับชุดเป็นพิเศษหรือเปล่า?

MARiA:อยากทำเพลงที่เป็นคอนเซปต์ญี่ปุ่นมาตลอด ก็เลยพยายามหา timing เหมาะๆ single ที่ชื่อว่า “yakusoku -Promise code-“ ถูกเลือกเป็น second ending theme ของอนิเมชั่นเรื่อง “Qualidea Code” คาแรคเตอร์ของตัวการ์ตูนในเรื่องก็จะเป็นนักรบ ถือดาบญี่ปุ่น เลยคิดว่าแจ็คเกตก็น่าจะทำออกเป็นสไตล์ญ่ปุ่นได้ และเพลง “Gokuraku Jodo” ที่ถูกเลือกให้เข้า Coupling ก็น่าจะทำเป็นสไตล์ญี่ปุ่นได้เหมือนกัน เลยกลายเป็นเพลงที่ผสมผสานระหว่างญี่ปุ่นและการเต้น พวกเครื่องแต่งกาย พวกชุดก็คิดว่าจะทำเป็นชุดญี่ปุ่น เลยออกแบบเองทั้งหมด และไปซื้อผ้าเองด้วยนะ! บอกมิอุเมะจังด้วยว่าอยากใส่ชุดญี่ปุ่นเต้น ให้หาท่าเต้นแบบญี่ปุ่นมาเยอะๆ ก็เลยออกมาเป็นเป็นอย่างที่เห็น

ab:คิดว่าคงมีคนที่อยากลองเต้นเยอะเลย มีเคล็ดลับการเต้นอะไรแนะนำไหม? เมเรียซังเต้นบนร้องเท้าส้นสูงด้วย ไม่ปวดเท้าหรอ?!
MARiA:ฉันตัวไม่สูงมาก เลยมักจะเต้นแบบใส่รองเท้าที่ส้นหนา หรือรองเท้าส้นสูงอยู่แล้ว ทำให้ทุกๆ คนคอยเป็นห่วงเสมอ มักจะคนมีคอมเม้นถามว่า “ใส่รองเท้าส้นสูง ไม่เป็นไรหรอ?” ตลอดเลย (หัวเราะ) มีคนถามบ่อยๆ ว่ามีเทคนิคอะไรไหม จะบอกว่าดูแล้วก็จำเอาอย่างเดียว (หัวเราะ) มันอาจจะมีบางสเตปที่ยากกว่าที่คิด บางทีก็อาจเป็นการเคลื่อนไหวของเท้าที่ยากมาก แล้วก็มุมของใบหน้า กับมุมของมือ ก็สำคัญมากๆ เช่นเดียวกัน คิดว่าต้องฝึกซ้อมด้วยการดูหลายๆ ครั้ง และก็เทียบกับการเคลื่อนไหวของตัวเองไปด้วยว่ามีอะไรที่แตกต่างกันหรือเปล่า

toku:ดูปลายนิ้วนะ

MARiA:ใช่ เพิ่มแรงให้ปลายนิ้วหน่อย ถ้าเราให้ดูปลายนิ้วสวยๆ การเคลื่อนไหวแบบญี่ปุ่นก็จะดูสวยงามไปด้วย คิดว่าต้องใส่ใจปลายนิ้วให้มากๆ แต่ถ้าใส่ใจมากจนเกินไป สเตปขาอาจจะหลุดก็ได้ มันค่อนข้างยุ่งยากนะ (หัวเราะ)

ab:ยังไงก็ต้องฝึกฝนเท่านั้นสินะ (หัวเราะ)

MARiA:วิดีโอ “Gokuraku Jodo” ที่ประเทศจีนก็ฮิตเหมือนกัน แดนเซอร์ที่จีน ที่ญี่ปุ่นก็เลยอัพคลิป “Odottemita” เยอะแยะเลย หลังจากอัพวิดีโอ และมีคนเต้นตามเยอะมากๆ รู้สึกดีใจมากเลย

ab:รู้สึกยังไงบ้างพอดูคลิป “odottemita” ที่แดนเซอร์ชาวต่างชาติเต้น?

MARiA:ทุกคนใส่ชุดญี่ปุ่นหมดเลย ดีใจมาก ถ้าถามว่าทำไมพวกเราถึงอยากทำสไตล์ญี่ปุ่น หากโอกาสที่จะได้ไปไลฟ์สดต่างประเทศเพิ่มขึ้น อยากให้ทุกคนได้รู้จักสิ่งที่ดีๆ ของญี่ปุ่นมากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ อยากบอกเล่าถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นเยอะๆ แม้จะเป็นแค่เพียงชุดญี่ปุ่น ถ้าทุกคนได้เห็นก็จะดีมาก จึงได้นำมาใส่ในเพลง “Gokuraku Jodo” ฉะนั้น ตอนที่ดูชาวต่างชาติเต้นด้วยชุดญี่ปุ่น เลยดีใจมากๆ พอคิดว่าจะมีวัฒนธรรมญี่ปุ่นสักอย่างนึงกลายเป็นที่ชื่นชอบ ก็รู้สึกดีแล้วที่ได้ทำ

GARNiDELiA MARiA
Previous  |  

WHAT’S NEW

EDITORS' PICKS

  • Fukuoka Ramen Map
  • Timeless Trip in Fukuoka ของคุณ Misako Aoki
  • Culture Watch
  • kn_fukuoka_banner_2.jpg
  • banner_pop_culture.jpg

PRESENTS

INFORMATION