asianbeat เว็ปไซด์เสนอข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเอเชีย

  • facebook

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเกาะคิวชู โดยคุณบอล ตอนที่ 2 คุมาโมโต้ละนางาซากิ(1/2)

Previous  |  
kn_fukuoka_banner_2.jpg
banner-travelguide-kyushu-part2-07172014.png
“ผมเชื่อว่าทั้งหมดนี้ จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความแปลกใหม่ที่แตกต่างจากญี่ปุ่นในบริบทเดิมที่คุณรู้จัก และคุณจะได้สัมผัส “คิวชู” ด้วยตัวคุณเอง”


จากตอนที่แล้วคุณบอลได้พาเราไปทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าอัศจรรย์ของจังหวัดฟุกุโอกะและจังหวัดโออิตะในเกาะคิวชูไปแล้ว ตอนนี้เราจะมาดูกันว่าที่จังหวัดคุมาโมโตะและจังหวัดนางาซากินั้น จะมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรที่น่าสนใจ ให้เราได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกบ้าง ตามคุณบอลมาเลยค่ะ

จังหวัดคุมาโมโตะ

เมืองอะโสะ จังหวัดคุมาโมโตะ เป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเยือนชมปากปล่องภูเขาไฟอะโสะ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอะโสะ คุจูตอนที่กว้างที่สุดในโลก เกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 12 กิโลเมตรซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังคงคุกรุ่นอยู่ โดยภูเขาไฟอะโสะได้ถูกห้อมล้อมไปด้วยทุ่งหญ่าเขียวขจี ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพสวยงามที่มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่และอลังการของภูเขาไฟแห่งนี้
IMG_7025.jpgทริปนี้ผมได้ค้างคืนที่เมืองอะโสะ 1 คืนเพื่อเตรียมความพร้อมในรุ่งเช้าของวันถัดไป บรรยากาศโดยรอบของโรงแรม จะแตกต่างจากเมืองอื่นๆของญี่ปุ่นโดยสิ้นเชิง จากเมืองอันศิวิลัยแปรเปลี่ยนไปเป็นโรงแรมที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี และอากาศที่เย็นสดชื่น จนสัมผัสได้ถึงความเป็น “ชนบทแห่งเมืองญี่ปุ่น” ค่ำคืนนี้ผมจึงไม่ขอพลาดที่จะลงไปแช่ในอ่างออนเซ็นของโรงแรมที่เปิดโล่งให้ชมธรรมชาติโดยรอบของโรงแรมแห่งนี้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องทำเมื่อคิดจะมาเยือนภูเขาไฟแห่งนี้คือการ “ภาวนา” เพื่อให้ทัศนวิสัยโดยรอบปากปล่องภูเขาไฟเอื้ออำนวยแก่การเข้าชม เพราะหากเกิดกระแสลมแปรปรวน ทางอุทยานก็จะปิดการเข้าชมโดยทันที เพื่อรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และเนื่องจากภูเขาไฟอะโสะยังคุกรุ่นอยู่พร้อมปะทุได้ตลอดเวลา จึงถือเป็นพื้นที่ที่อันตราย ด้วยควันกำมะถันที่เข้มข้น ประกอบด้วยแก๊สพิษทำให้เกิดอันตรายได้หากสูดดมเข้าไปในร่างกาย
IMG_7030.jpgในรุ่งเช้าวันถัดมา คำถามแรกที่เกิดขึ้นเลย คือ วันนี้จะสามารถเข้าชมภูเขาไฟได้รึเปล่า แม้แต่พนักงานโรงแรมก็ไม่สามารถตอบได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้เรารู้ได้ คือ ต้องเดินทางไปให้ถึงทางขึ้นปากปล่องภูเขาไฟเสียก่อน เรียกได้ว่าลุ้นกันจนนาทีสุดท้าย รถโค๊ดขนาดใหญ่ได้นำผมผ่านทุ่งนาอันเขียวขจีของเมืองอะโสะมาถึงตีนของภูเขาไฟอะโสะ และไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆ บรรยากาศโดยรอบเริ่มเย็นลง แต่ทิวทัศน์โดยรอบกลับสวยงามมากขึ้น ซึ่งตลอดทางจะไม่มีต้นไม้ใหญ่เลยแม้แต่ต้นเดียว สาเหตุเกิดมากจากการปะทุครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ทันทีที่ผมได้มาถึงจุดจอดรถซึ่งเป็นจุดที่ต้องขึ้นกระเช้าต่อไปยังปากปล่อง สิ่งแรกที่มองหาคือสัญญาณไฟที่จะบอกว่าเราสามารถขึ้นไปยังปากปล่องได้หรือไม่ และวันนี้ก็เป็นวันดีของผม ไฟสัญญาณเตือนดับสนิท นั่นหมายความว่าผมจะได้สัมผัส Mt.Aso อย่างใกล้ชิด แต่ก็ต้องรีบครับเนื่องจากสภาพอากาศนั้นเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ เรียกว่าพอลงรถปุ๊บก็ต้องรีบไปยังจุดจำหน่ายตั๋วขึ้นกระเช้า เพราะหากสภาพอากาศเปลี่ยน เจ้าหน้าที่จะทำการปิดกระเช้าทันที จากกระเช้าใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ไต่ระดับมาจนถึงปากปล่องจากระดับความสูง 1,592 เมตร พอออกจากกระเช้าและเดินขึ้นมาอีกแค่ 100 เมตร ก็จะเห็นความอลังการของภูเขาไฟที่มีปากปล่องที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยระหว่างทางได้สังเกตเห็นป้อมหลบภัยเล็กๆ กระจายอยู่ในจุดต่างๆทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งมีไว้ให้หลบภัยในยามที่เกิดสภาพอากาศแปรปรวน
IMG_7017.jpg
IMG_7031.jpg
ผมใช้เวลาเพลิดเพลินอยู่ที่ปากปล่องอยู่ครู่หนึ่ง มองลงไปยังด้านล่างเป็นเห็นน้ำโคลนสีขุ่น ที่มีควันสีขาวพวยพุ่งออกมาอยู่ตลอดเวลา เป็นความตื่นตาตื่นใจมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยเห็นปากปล่องภูเขาไฟมาก่อน และยิ่งเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่อีกด้วย การได้มาสัมผัสกับปากปล่องภูเขาไฟอะโสะแห่งนี้เป็นครั้งแรก ทำให้ผมคิดว่าเราเป็นเหมือนมดตัวเล็กๆตัวหนึ่งของธรรมชาติที่แสนจะยิ่งใหญ่และทรงพลังเช่นนี้ จากนั้นผมก็ใช้เวลาที่เหลือสัมผัสกับธรรมชาติโดยรอบของภูเขาไฟ ซึ่งหากมองจากความสูงบนยอดภูเขาไฟแห่งนี้ จะทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทุ่งหญ้าสีเขียวสลับกับภูเขาน้อยใหญ่ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น มองเห็นปุยเมฆอยู่ในระดับสายตา จนเกือบลืมไปว่ามีภูเขาไฟและควันพิษอยู่ด้านหลัง ที่จะพร้อมขย่ำเราได้ตลอดเวลา คิดได้ดังนั้นผมก็รีบนั่งกระเช้ากลับลงไปด้านล่าง เตรียมขึ้นรถเพื่ออำลาภูเขาไฟพร้อมกับความตื่นเต้นและความประทับใจกับการได้ใกล้ชิดภูเขาไฟที่ยังมีชีวิตอยู่ของเมืองอะโสะแห่งนี้

ปราสาทคุมาโมโตะ

ตั้งอยู่ที่เมืองคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะ จัดเป็นปราสาทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น จากจุดจอดรถใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาทีจนถึงตัวปราสาท ระหว่างทางเต็มไปด้วยต้นซากุระ ซึ่งหากมาที่ปราสาทแห่งนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม ท่านจะได้สัมผัสกับความงดงามของดอกซากุระที่แบ่งบานตลอดสองข้างทาง แม้ว่าช่วงที่ผมเดินทางไปจะเป็นเดือนกรกฏาคม สีเขียวของใบไม้ได้ถูกเติมแต่งแทนที่สีชมพูและสีขาวของดอกซากุระ แต่ก็ไม่ทำให้สถานที่แห่งนี้งดงามน้อยลงไปเลย กลับรู้สึกถึงความสดชื่นด้วยความเขียวชะอุ่มของต้นไม้ใหญ่โดยรอบ

IMG_7158.jpg

เดินมาได้สักระยะ ก็มาหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าปราสาท เป็นกำแพงรอบนอกที่ป้องกันปราสาทจากผู้รุกราน แต่ไม่สามารถป้องกันเหล่านักท่องเที่ยวจากต่างแดนที่ตั้งหน้าตั้งตามาชมความยิ่งใหญ่ของปราสาทแห่งนี้ ผ่านประตูเข้ามาต้องเดินไปอีกประมาณ 10 นาทีเพื่อจะเข้าตีประชิดหน้าปราสาท ทางเดินก่อนถึงปราสาทถูกขนาบไปด้วยกำแพงหินสูงเกือบ 10 เมตร และต้องลอดอุโมงค์ใต้ปราสาทเพื่อจะโผล่ไปยังด้านหน้าของปราสาทแห่งนี้ โดยมีเหล่าซามุไรยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปลายอุโมงค์ ให้ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งได้มาประชันกับเหล่าซามุไรแห่งเมืองคุมาโมโตะ ทันทีที่ได้เห็นปราสาทเต็มสองตา ก็สัมผัสได้ถึงความสวยงามของศิลปะการออกแบบของญี่ปุ่นที่มีมาแต่สมัยโบราณ คาดไม่ถึงเลยว่าสถานที่แห่งนี้ คือ ป้อมปราการคอยกำราบศัตรูผู้รุกราน ผมไม่รอช้าที่จะเข้าไปสำรวจด้านใน เพื่อจะได้ประทับรอยเท้าว่าครั้งหนึ่งได้เข้ามาพิชิตปราสาทแห่งนี้แล้ว
IMG_7161.jpg
IMG_7141.jpg
ภายในปราสาท ถูกกั้นและจำกัดไว้ด้วยทางเดินเล็กๆ เพื่อป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวหลงออกนอกเส้นทาง ซึ่งถูกตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ แสดงถึงประวัติความเป็นมาของปราสาทคุมาโมโตะแห่งนี้ให้ได้ชมตลอดทางจนถึงชั้นบนสุดซึ่งเป็นจุดชมวิว จากจุดนี้นี่เองเราสามารถเห็นเมืองคุมาโมโตะได้ทั้งเมือง และแน่นอนหากเป็นสมัยก่อน ก็จะสามารถเห็นข้าศึกที่เข้ามาโจมตีปราสาทได้อย่างชัดเจนเช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่กำลังจะเข้ามาพิชิตปราสาทคุมาโมโตะเช่นเดียวกับผม
IMG_7144.jpg
IMG_7146.jpg
IMG_7150.jpg
***ประสาทคุมาโมโตะ เป็นปราสาทสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นตั้งอยู่ในเขตชูโอ เมืองคุมาโมโตะ จังหวัดคุมาโมโตะ ได้เริ่มสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1601 โดยดำริของคะโต คิโยะมะซะ เจ้าแห่งคุมาโมโตะ เพื่อใช้เป็นป้อมปราการและสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1607 พื้นที่อาณาบริเวณของปราสาทยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ตัวปราสาทมีป้อมปืน 49 ป้อม ประตูป้อมปืน 18 ประตู และประตูขนาดเล็ก 29 ประตู มีหอคอยสูง 2 หอ ทำให้สามารถมองได้รอบทิศจากมุมสูง หอใหญ่จะสูง 30.3 เมตร หอเล็กสูง 19 เมตร ปราสาทหลังเดิมถูกเพลิงไหม้เสียหายในปี ค.ศ.1877 ต่อมาได้สร้างใหม่ในปี ค.ศ. 1960***
Previous  |  

WHAT’S NEW

EDITORS' PICKS

  • costop_top-01.jpg
  • fukuoka otaku map
  • kn_fukuoka_banner_2.jpg
  • banner_pop_culture.jpg

PRESENTS

asianbeat's present campaign!
  • ◆และสำหรับผู้ร่วมกิจกรรมการโหวตคะแนนกับเรานั้น คอยลุ้นรับของรางวัลเป็นขนมรวมจากเมืองฟุกุโอกะเท่านั้น 1 รางวัลจากเราเลยค่ะ
  • present
  • ◆ขอความกรุณาร่วมกิจกรรมตอบแบบสอบถามสำหรับผู้อ่าน asianbeat (มีของรางวัล)
  • present

INFORMATION