asianbeat เว็ปไซด์เสนอข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเอเชีย

  • facebook

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเกาะคิวชูโดยคุณรภรัตน์ (ตอนพิเศษ) Part 6 Beppu

kn_fukuoka_banner_2.jpg
head-K.Poparat-Part6-02242015.jpg
เราได้พาเพื่อนๆมาสัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวเมืองต่างๆในเกาะติวชูโดยคุณรภรัตน์ไปแล้ว 5 ตอน ตอนที่ 6 นี้เราจะพาเพื่อนๆมาชมความสวยงามของเมืองเบปปุ เมืองที่เป็นสวรรค์เเห่งการพักผ่อน เพราะมีบ่อน้ำพุถึง 8 เเห่ง เเละบ่อน้ำพุเเต่ละที่ก็มีความโดดเด่นที่เเตกต่างกันออกไปอีกด้วย ตามพวกเราไปเที่ยวที่เมืองเบปปุกันเลยค่ะ

JIGOKU MEGURI 8 บ่อน้ำพุไฮไลต์ของเมืองเบปปุ

เมืองเบปปุตั้งอยู่ใกล้ๆกับเขตภูเขาไฟจึงทำให้มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติหลายแห่ง ที่เกิดขึ้นหลังการระเบิดของภูเขาไฟ เป็นบ่อที่สามารถชมได้อย่างเดียว เพราะอุณหภูมิที่สูงเกินไป เบปปุเป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เจริญตั้งแต่ในอดีต และยังคงอยู่อย่างนั้น ด้วยความที่เป็นเมืองออนเซน การเดินไปในตัวเมืองก็จะเห็นควันพวยพุ่งอยู่หลากสายจากออนเซนหลายแห่ง เป็นเมืองท่องเที่ยวของญี่ปุ่นในอีกบรรยากาศหนึ่ง ถ้ามาที่เมืองเบปปุสิ่งที่ห้ามพลาดคือการมาชมบ่อน้ำพุนรก ที่เรียกว่า Jigoku Meguri เเปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Buring Hell หรือเเปลว่า ร้อนนรกนั่นเอง มีทั้งหมด 8 บ่อ แต่ละบ่อมีความแตกต่างกันออกไป หากใครที่ไม่ได้ไปอบทรายที่ Kagoshima ที่เมืองนี้ก็ยังมีที่ให้อบทรายริมหาดเหมือนกัน และที่นี่ก็ยังมีออนเซนที่ได้รางวัลมิชลินสามดาวแห่งเดียวในญี่ปุ่นด้วย

มาชมความโดดเด่นของออนเซนทั้ง 8 แห่ง

1.Umi-Jigoku (Sea-Hell) : น้ำพุร้อนสีฟ้าสดใส มีความลึกถึง 200 เมตร บ่อนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อ 1,200 ปีก่อน ใกล้ๆกันมีบ่อสำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนเเช่เท้าได้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีอาหารอร่อยอย่างพุดดิ้งที่ใช้ความร้อนของน้ำพุร้อนมานึ่งให้ลองซื้อกิน

01-550x360.jpg

2.Oniishibozu Jigoku (Monk’s Hell) : มีลักษณะเป็นบ่อโคลนเดือดสีเทา ตั้งชื่อตามพื้นที่ที่ตั้งของบ่อก็คือ Oniishi ส่วนคำว่า Bozu ก็เป็นการเปรียบโคลนที่เดือดขึ้นมาเป็นทรงโค้งมนคล้ายกับศีรษะของพระที่ถูกโกนผมนั่นเอง ที่นี่มีซากุระอยู่ใกล้ๆกับบ่อ ถ้ามาในช่วงซากุระก็จะสวยไปอีกแบบ

02-550x360.jpg

3.Yama Jigoku (Mountain Hell) : บ่อภูเขานรก ตั้งชื่อตามไอน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากโขดหิน ดูแล้วเหมือนภูเขาย่อมๆ ใกล้ๆกันยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กให้เด็กๆได้ชมอีกด้วย

03-550x360.jpg

4.Kamado Jigoku (Cooking Pot Hell) : บ่อหม้อไฟนรก สัญลักษณ์ของบ่อนี้คือรูปปั้นปีศาจแดงยืนอยู่บนหม้อไฟ บ่อนี้เด่นเรื่องการชิมอาหารที่ใช้ความร้อนจากน้ำพุร้อนมาปรุง

04-550x360.jpg

5.Oniyama Jigoku : เป็นบ่อที่มีควันหนาและน้ำพุร้อนมีเเรงดันมากที่สุด และใกล้ๆกันยังมีบ่อเพาะพันธุ์จระเข้อีกด้วย

05-550x360.jpg

6.Shiraike Jigoku (White Pond Hell) : บ่อสีขาวนวลและสวนญี่ปุ่นที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ทำให้บ่อแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งพักผ่อนหย่อนใจกันมากที่สุด ล้อมรอบด้วยสวนญี่ปุ่น และเป็นบ่อสุดท้ายในโซนนี้ หลังจากนั้นก็นั่งรถบัสมาลงอีกโซนนึง

06-550x360.jpg

7.Chinoike Jigoku (Blood Pond Hell) : บ่อสีเลือด ว่ากันว่าคุณสมบัติของน้ำพุสีเเดงในบ่อนี้สามารถช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ และมีของฝากที่ขึ้นชื่อคือโคลนสีเเดงสำหรับพอกผิว บริเวณนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกขนาดใหญ่อีกด้วย

07-550x360.jpg

8.Tatsumako Jigoku (Spout Hell) : บ่อนี้จะมีน้ำพุร้อนพุ่งออกมาจากใต้ดินทุกๆ 30-40 นาที พุ่งนานประมาณ 6-10 นาทีต่อครั้ง เป็นบ่อน้ำพุที่มีความสวยงามและความน่าตื่นเต้น

08-360x550.jpg
เบปปุเป็นเมืองที่มีบ่อน้ำพุร้อนที่แปลกตาไม่เหมือนกับเมืองอื่นๆในญี่ปุ่นที่เคยเที่ยวมา อีกทั้งตามสถานที่ต่างๆในเมืองก็ยังมีออนเซนหลากหลายแนวให้เลือกผ่อนคลาย ถือเป็นอีกเมืองที่น่าสนใจสำหรับการมาเที่ยวในเกาะคิวชูเป็นครั้งแรก

* น้ำพุร้อนทั้ง 8 บ่อ เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00น. ราคาตั๋ว 1 เล่มเเบบรวมค่าเข้าชม 8 บ่อ ราคา 2,000 เยน ตั๋วเข้าชมเเยก ราคาอยู่ที่บ่อละ 400 เยน
ติดตามการผจญภัยเรื่องอื่นๆโดย คุณรภรัตน์สุขาภิรมย์ ได้ผ่านทางเว็บ www.roparat.com

*รูปภาพได้รับการอนุญาตให้นำมาลงที่เว็ปไซต์ asianbeat.com แล้ว

WHAT’S NEW

EDITORS' PICKS

  • costop_top-01.jpg
  • fukuoka otaku map
  • kn_fukuoka_banner_2.jpg
  • banner_pop_culture.jpg

PRESENTS

asianbeat's present campaign!
  • ◆ตอบแบบสอบถามและลุ้นรับของรางวัล!
    【salire】 ชุดเสื้อแจ๊คเก็ต&ชุดเดรสพร้อมเข็มขัด 1 รางวัล
    【salire】 ชุดเดรสพร้อมเข็มขัด(รูปซ้าย) 1 รางวัล
    【LATO*CALLE】 เสื้อ&ชุดจั๊มสูท 1 รางวัล!

INFORMATION