asianbeat เว็ปไซด์เสนอข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเอเชีย

  • facebook

Interview Now ~ HIRO SANO ~(1/3)

Previous  |  
Interview Now ~ SANO HIRO ~
LANGUAGES AVAILABLE: Interview Now
เราได้ไปสัมภาษณ์คุณซาโนะ ฮิโระ พิธีกรรายการ “SUGOI JAPAN” รายการท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองไทย ที่แนะนำเสน่ห์ของญี่ปุ่นอย่างสนุกสนานด้วยภาษาไทยที่แสนคล่องแคล่ว! เราได้พูดคุยถึงความแตกต่างของเสน่ห์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น วิธีการเรียนภาษาไทย ทำอะไรบ้างในเวลาส่วนตัว และอื่นๆ อีกมากมาย ในตอนที่คุณซาโนะถ่ายทำที่ฟุกุโอกะเสร็จในเดือนกรกฎาคม และเดินทางมาที่ฟุกุโอกะอีกครั้ง เพื่อไปออกวิทยุและถ่ายทำที่คิวชูในเดือนกันยายน นอกจากนี้เรายังมีของขวัญเป็นกระดาษพร้อมลายเซ็นอีกด้วย โปรดติดตามไปจนถึงช่วงสุดท้าย

สิ่งที่รู้สึกตั้งตารอคอยเวลามาทำรายการก็คือการได้พบกับผู้คนครับ

asianbeat (ต่อไปขอแทนด้วยคำว่า ab):ได้ข่าวว่าคุณมาถ่ายทำรายการที่จังหวัดฟุกุโอกะในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถ้ามีเรื่องอะไรที่รู้สึกประทับใจเหลืออยู่ ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมครับ?
คุณซาโนะ ฮิโระ
▲คุณซาโนะ ฮิโระ
ตอนที่ไปรายงานเกี่ยวกับอาหารแถวร้านแผงลอยที่ชื่อว่า “ชินคิโร” บนถนนวาตานาเบะ ลูกค้าที่ร้านคุยสนุกมาก และให้ความสนใจมากๆ เลยล่ะครับ ลักษณะนิสัยของผู้คน หรือจะเรียกว่าความรู้สึกที่เขาอยากคุยกับเรา มันมีค่ามากสำหรับพิธีกรรายงานอย่างผม เลยรู้สึกว่าเป็นสถานที่ที่ดีจังเลย ช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากเลย

ab:อาหารในฟุกุโอกะ คิดว่ามีอะไรที่คนไทยน่าจะชอบบ้างไหมครับ?

ทงคทสึราเมงครับ สตาฟคนไทยชอบมากจนถึงขั้นเวลามาฟุกุโอกะทีไรก็ต้องมากินราเมง ส่วนตัวผมเองของกินที่ลืมไม่ลงคือซันนี่ปังไส้นมข้นของร้าน “ชิโรยะเบเกอร์รี่” แถวคิตะคิวชู มันคือโซลล์ฟู้ดเลย ถูกและอร่อย! ทำเลดีหน้าสถานีรถไฟ หน้าร้านก็คลาสสิค มีความเป็นญี่ปุ่น องค์ประกอบทุกอย่างลงตัวไปหมด พนักงานที่ร้านก็พูดคุยแบบเป็นกันเอง ถามว่า “รับอะไรดีพี่” คนละแวกนั้นบางทีก็สนใจเดินเข้ามาถามว่า “ถ่ายอะไรอยู่หรอ?” บรรยากาศที่ทำให้รู้สึกเป็นกันเองแบบนั้น สำหรับคนต่างชาติที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ก็น่าจะเข้าร้านได้ไม่ยากนะ จากสิ่งที่พูดมาทั้งหมดรวมๆ แล้วคือเยี่ยมยอดมากครับ

ab: เสน่ห์ของฟุกุโอกะที่ที่อื่นไม่มี คิดว่าคืออะไรครับ?
แม้จะเป็นในเมืองหลวงแต่ก็มีสนามบินนานาชาติอยู่ใกล้ จะไปทะเลหรือจะไปในเมืองใหญ่ก็ใช้เวลาไม่นาน คิดว่าการเดินทางไปไหนมาไหนที่สะดวกเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ เดินทางง่าย มีความกะทัดรัด เป็นเสน่ห์ที่ที่อื่นไม่มีนะ มองจากในเมืองก็เห็นเครื่องบินใกล้ๆ เหมือนรูปภาพเลย

ab:สิ่งที่ทำให้คุณซาโนะย้ายไปอยู่ที่เมืองไทยคืออะไรครับ?

เพื่อนสนิทคนไทยที่รู้ว่าผม “อยากทำงานเป็นนักแสดงในวงการบันเทิง” บังเอิญเป็นคนที่อยู่ในวงการพอดีครับ ตอนที่ผมเดินทางรอบโลก ไปแถวเอเชีย เพื่อนคนนั้นแนะนำมาว่า “มีงานโฆษณาที่เหมาะกับฮิโระที่ไทย อยากลองทำดูไหม” การได้รับบทหลักในโฆษณา 3 งาน เป็นจุดเริ่มต้นที่ได้มาเมืองไทย

ab:เป็นโฆษณาแบบไหนหรอครับ?

ผมได้ถ่ายโฆษณา “ไฮเนเก้น” “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนิชชิน” “ไก่ทอดเคเอฟซี” 3 งานพร้อมกันทีเดียวเลยครับ
คุณซาโนะ ฮิโระ
หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เห็นหน้าค่าตาผม จนทำให้ผมมีงานติดต่อมาเรื่อยๆ ตลอดจนถึงตอนนี้ ตอนแรกก็มีถ่ายมิวสิควีดีโอด้วย ดูเหมือนว่าจะพูดภาษาไทยได้ แต่จริงๆ แล้วพูดไม่ได้นะ (หัวเราะ) เพราะที่จริงแล้วคือไม่ได้พูดอะไร แต่ปล่อยให้ดนตรีไหลไปเฉยๆ ถ่ายโฆษณาไปด้วย เรียนภาษาไทยไปด้วย จนได้ออกโรงพูดภาษาไทย หลังจากนั้นก็มีงานที่ช่วยให้พัฒนาภาษาไทยให้ดีขึ้น เช่น ละครและภาพยนตร์

ab:คิดว่าภาษาไทยน่าจะยากสำหรับคนญี่ปุ่น มีวิธีการเรียนภาษาไทยยังไงหรอครับ?

เรียนด้วยวิธีของตัวเอง โดยแปะกระดาษทุกพื้นที่ในห้องครับ ยกตัวอย่างเช่น ตรงตู้เย็น ก็จะเขียนบนกระดาษว่า “ตู้เย็น” และแปะให้อยู่ในระดับสายตา ถ้าเป็นผ้าม่าน ก็จะเขียนว่า “ผ้าม่าน” และแปะไว้แบบเดียวกัน ในห้องเต็มไปด้วยกระดาษเอสี่ทั้งนั้นเลย แต่จริงๆ กระดาษมันแผ่นใหญ่ ค่อนข้างเกะกะเหมือนกัน (หัวเราะ) เลยสร้างกฎขึ้นมาว่าถ้าจำได้แล้วจะเอาออก

ถ้าเป็นกระดาษเมโมแผ่นเล็กๆ มันก็จะไม่เกะกะ แต่ก็จำไม่ได้สักที จะต้องเป็นแผ่นใหญ่ๆ แบบที่เราเห็นชัด จะได้จำได้ ซึ่งมันสำคัญมากครับ พอจำคำศัพท์ เช่น “ตู้เย็น” ได้แล้ว “เอาล่ะ วันนี้จะได้ทิ้งแผ่นนี้แล้ว!” คิดแบบนั้นแล้วก็ทิ้งเลย แล้วก็ พอเปิดตู้เย็นออกมา คราวนี้ก็จะเขียนคำว่า “ข้างใน” บนกระดาษ แล้วก็แปะเอาไว้อีก หากยังจำไม่ได้ ก็จะมีกระดาษคอยขวางเวลาเปิดตู้เย็นตลอด “จะต้องจำคำว่า ข้างใน ให้ได้!” ก็เลยพยายามจำอย่างมาก พอทิ้งกระดาษไปแล้ว ก็จะมีคำว่า “น้ำแข็ง” ต่อ (หัวเราะ) เหมือนพยายามบังคับให้เราจำ โดยสร้างภาระให้ตัวเองเยอะๆ
คุณซาโนะ ฮิโระ
ab:ตัวหนังสือที่ใช้เขียนเป็นคาตาคานะหรือภาษาไทยหรอครับ?

ไม่ครับ ตอนนั้นเขียนด้วยโรมาจิเพื่อให้ว่ามันออกเสียงยังไงมากกว่า ภาษาไทยจะมีการออกเสียงทั้งหมด 5 เสียง และมีวิธีการเขียนแบบของตัวเอง ผมเลยเขียนทั้งตัวหนังสือโรมาจิแล้วก็เครื่องหมายที่แสดงการอ่าน ถ้าออกเสียงไม่ดี งานก็จะออกมาไม่ดีด้วย แต่ใช่ว่าพูดภาษาไทยได้แล้วมันจะจบ ถ้าคนไทยไม่เข้าใจก็ไม่มีประโยชน์

ab:เรื่องการออกเสียงก็เรื่องนึง แต่การอ่านบทพูดในภาษาไทยก็ยากใช่ไหมครับ?

ตอนแรกอ่านไม่ออกเลย เลยอัดเสียงคนไทยที่ช่วยอ่านให้ และเอาเทปนั้นไปแกะเป็นตัวหนังสือโรมาจิ แล้วก็จำเอาครับ ถ้าเป็นคำที่เขียนด้วยอัลฟาเบตก็จะอ่านได้บ้าง แต่ภาษาไทย ตัวหนังสือมันจะกลมๆ เหมือนลวดลายอะไรสักอย่างแบบนั้น ผมอ่านไม่ออกหรอก (หัวเราะ) ช่วงแรกๆ ผมก็ได้แต่หัวเราะอย่างเดียว (หัวเราะ) ผมไปถึงจุดที่ “ไม่ใช่เวลาที่จะมากลุ้มใจ ยิ้มสู้ดีกว่า”
ab:ช่วยเล่าถึงที่มาที่ไปของการได้ไปเป็นพิธีกรรายงาน “SUGOI JAPAN” รายการยอดนิยมของเมืองไทยได้ยังไง?

พอได้แสดงละครโทรทัศน์ในฐานะนักแสดง ก็เริ่มมีคอนเนคชั่นกับช่องทีวี วันนึงมีเจ้าหน้าที่มาถามผมว่า “อยากลอแนะนำญี่ปุ่นดูไหม?” นั่นคือจุดเริ่มต้นครับ ตอนแรกผมก็ไม่สังเกตหรอก แต่ก็คิดว่า “ผมจะมีฝีมือในการแนะนำญี่ปุ่นหรือเปล่านะ” หลังจากนั้นก็มาเขียนแผนทำรายการ และได้ทำรายการที่ชื่อว่า “ดิสโคเวอร์เจแปน” เป็นครั้งแรก จนได้มาทำ “SUGOI JAPAN” ต่อ

ab:ตอนที่มาถ่ายรายการที่ญี่ปุ่น มีอะไรที่เรารู้สึกตั้งตารอคอยบ้างไหมครับ?

สิ่งที่รู้สึกตั้งตารอคอยเวลามาทำรายการก็คือการได้พบกับผู้คนครับ จะได้เจอคนในพื้นที่ที่ปกติเราจะไม่มีทางได้เจอผ่านการทำรายการ เช่นคุณตาที่เป็นช่างปั้นซูชิในท้องถิ่น อะไรแบบนั้น การที่จะได้กับคนที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผมครับ
Previous  |