- Home
- คอลัมน์พิเศษ
- That's why I always love you F...
- That's why I always love you F...
That's why I always love you Fukuoka ~หลายเรื่องน่ารักจากฟุกุโอะกะ~ by ทรงกลด บางยี่ขัน #05 Sasaguri ซะซะกุริ เดินทางไกลในวัด เดินทางใจในป่า(3/4)
Forest Therapy Base
พื้นที่ราว 70 เปอร์เซ็นต์ของเมืองซะซะกุริคือผืนป่า การเที่ยวป่าจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่การเข้าไปในป่าธรรมชาติเป็นเรื่องที่อาจจะไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวเท่าไหร่ ทางเมืองจึงทำโครงการเดินเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่ป่าที่มหาวิทยาลัยคิวชูเข้ามาฟื้นฟูและทำวิจัย ซึ่งถ้าไม่บอกเราก็คงไม่รู้ว่านี่เป็นป่าที่ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เพราะมันอุดมสมบูรณ์มาก
ที่เมืองซะซะกุริแห่งนี้มีเส้นทางให้เลือก 6 เส้น และป่าผืนนี้ก็เป็นหนึ่งใน 6 เส้นทางที่ใครๆ ก็เข้ามาเดินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าต้องการวิทยากรนำเดิน ต้องไปลงชื่อจองกับทางเมือง โดยรับเป็นกลุ่มตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป และมีค่าใช้จ่ายคนละ 1,500 เยน
อันที่จริงเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่ก็ไม่ต่างจากเส้นทางอื่นๆ ในญี่ปุ่น ไทย หรือประเทศอื่นๆ เพียงแต่ที่นี่เขาไม่ใช้คำว่า เดินป่าศึกษาธรรมชาติ แต่ใช้คำว่า Forest Therapy หรือ วนาบำบัด ซึ่งได้ยินแล้วก็ชวนให้จินตนาการต่อว่า รูปแบบกิจกรรมจะเป็นอย่างไร และเขาจะทำให้เราผ่อนคลายในป่าไม้ได้ยังไง
ก่อนที่พวกเราจะเร่ิมเดินป่าระยะทาง 2 กิโลเมตร วิทยากรทั้ง 2 ท่าน นำพวกเราอบอุ่นส่วนต่างๆ ของร่างกาย เขาบอกว่า พวกเราจะรู้สึกผ่อนคลายจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าดื่มด่ำกับธรรมชาติ ดังนั้นก่อนเข้าป่า ทุกคนต้องปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ส่วนคำแนะนำอื่นๆ ก็ไม่ต่างจากการเดินป่าทั่วไป
สิ่งแรกที่ไกด์บอกให้เราทำก่อนเริ่มต้นก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางก็คือ ให้เราสูดลมหายใจลึกๆ 3 ครั้ง เพื่อเอาอากาศใหม่อันแสนจะสดชื่นเข้าสู่ร่างกาย เป็นการละลายตัวเราให้เข้ากับธรรมชาติที่ดีมาก













ระหว่างทางไกด์ก็เล่าเรื่องต้นไม้ต่างๆ ให้เราฟัง มีทั้งข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ และด้านวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับชีวิตคนญี่ปุ่น อย่างเช่นการใช้ใบของต้นอุระจิโร่วางกับขนมโมจิในวันปีใหม่ (คล้ายๆ ใบเฟิร์น) เพระหลังใบเป็นสีขาว ซึ่งหมายถึงความบริสุทธิ์ แล้วก็ให้ชิมผลไม้ป่าหลายอย่าง พร้อมกับรับฟังเรื่องราวและสรรพคุณของมัน
ป่าแห่งนี้ก็มีบางจุดท่ีเต็มไปด้วยไม้ซึ่งกลายเป็นหิน เราก็เลยได้เรียนรู้เรื่องธรณีวิทยาเพิ่มด้วย
สิ่งที่ผมชอบและคิดว่าแตกต่างจากเมืองไทย คือทางเดินหลายจุดมีการเอาเปลือกไม้และเศษไม้มาโรย เพื่อให้เดินแล้วนิ่ม และช่วยให้ได้กลิ่นของธรรมชาติเวลาเดิน เขาเชื่อว่า ต้นไม้แต่ละต้นมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ไม่ใช่แค่กินเป็นสมุนไพรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดมด้วย เขาเชื่อว่า การเข้ามาสูดอากาศและกลิ่นของต้นไม้ในป่าจะช่วยให้คนผ่อนคลายขึ้น แข็งแรงขึ้น และคนป่วยจะมีอาการดีขึ้น






เดินไปสักพักพวกเราก็หยุดพักที่ศาลาเพื่อกินของว่าง และได้รับซองจิ๋วมาเพื่อให้ใส่ความทรงจำอะไรสักอย่างจากป่าแห่งนี้เก็บกลับไปเป็นที่ระลึก เป็นกิจกรรมที่ผมไม่คุ้นเคยอย่างแรง เพราะในเมืองไทยเรามักสอนให้ไม่เอาอะไรออกมาจากป่า แต่เมื่อพิจารณาจากขนาดของซองและจุดที่เราหยุดพักซึ่งมีแต่ต้นสน ใบหญ้ากับดอกหญ้า ผมก็พบว่า
กิจกรรมนี้ไม่ใช่การทำร้ายธรรมชาติ แต่ทำให้เราเก็บความทรงจำดีๆ ของการอยู่ในธรรมชาติเอาไว้ใกล้ๆ ตัวต่างหาก
แล้วก็มาถึงกิจกรรมสุดท้ายของวนาบำบัด ไกด์เอาเสื่อมาปูให้กลางลานหญ้าที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้ๆ เขาให้เรานอนมองท้องฟ้า แล้วสัมผัสถึงธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เขาเชื่อว่าการได้เปล่ียนมุมที่มองธรรมชาติ จะทำให้เรามีมุมมองต่อธรรมชาติเปลี่ยนไป
ผมไม่รู้จะว่าชื่นชมกิจกรรมนี้ยังไงดี บางทีอาจจะเป็นความถนัดของคนญี่ปุ่นที่มักจะทำสิ่งเล็กๆ ให้พิเศษและมีความหมายได้เสมอ หรือไม่อย่างนั้นก็อาจเป็นเพราะคนญี่ปุ่นรับรู้ถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติตลอดเวลา การเดินป่าของเขาจึงไม่ใช่เข้าไปดู แต่เป็นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เข้าไปเพื่อให้ธรรมชาติไหลเวียนเข้ามาในตัวเรา
พอกลับมาถึงจุดเริ่มต้น ก่อนที่เราจะก้าวเท้าออก ผมสูดลมหายใจลึกๆ 3 ครั้ง ผมอยากเก็บอากาศเก่าไว้กับตัวนานๆ
ที่เมืองซะซะกุริแห่งนี้มีเส้นทางให้เลือก 6 เส้น และป่าผืนนี้ก็เป็นหนึ่งใน 6 เส้นทางที่ใครๆ ก็เข้ามาเดินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ถ้าต้องการวิทยากรนำเดิน ต้องไปลงชื่อจองกับทางเมือง โดยรับเป็นกลุ่มตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป และมีค่าใช้จ่ายคนละ 1,500 เยน
อันที่จริงเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่ก็ไม่ต่างจากเส้นทางอื่นๆ ในญี่ปุ่น ไทย หรือประเทศอื่นๆ เพียงแต่ที่นี่เขาไม่ใช้คำว่า เดินป่าศึกษาธรรมชาติ แต่ใช้คำว่า Forest Therapy หรือ วนาบำบัด ซึ่งได้ยินแล้วก็ชวนให้จินตนาการต่อว่า รูปแบบกิจกรรมจะเป็นอย่างไร และเขาจะทำให้เราผ่อนคลายในป่าไม้ได้ยังไง
ก่อนที่พวกเราจะเร่ิมเดินป่าระยะทาง 2 กิโลเมตร วิทยากรทั้ง 2 ท่าน นำพวกเราอบอุ่นส่วนต่างๆ ของร่างกาย เขาบอกว่า พวกเราจะรู้สึกผ่อนคลายจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าดื่มด่ำกับธรรมชาติ ดังนั้นก่อนเข้าป่า ทุกคนต้องปิดเสียงโทรศัพท์มือถือ ส่วนคำแนะนำอื่นๆ ก็ไม่ต่างจากการเดินป่าทั่วไป
สิ่งแรกที่ไกด์บอกให้เราทำก่อนเริ่มต้นก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทางก็คือ ให้เราสูดลมหายใจลึกๆ 3 ครั้ง เพื่อเอาอากาศใหม่อันแสนจะสดชื่นเข้าสู่ร่างกาย เป็นการละลายตัวเราให้เข้ากับธรรมชาติที่ดีมาก













ระหว่างทางไกด์ก็เล่าเรื่องต้นไม้ต่างๆ ให้เราฟัง มีทั้งข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ และด้านวัฒนธรรมที่สัมพันธ์กับชีวิตคนญี่ปุ่น อย่างเช่นการใช้ใบของต้นอุระจิโร่วางกับขนมโมจิในวันปีใหม่ (คล้ายๆ ใบเฟิร์น) เพระหลังใบเป็นสีขาว ซึ่งหมายถึงความบริสุทธิ์ แล้วก็ให้ชิมผลไม้ป่าหลายอย่าง พร้อมกับรับฟังเรื่องราวและสรรพคุณของมัน
ป่าแห่งนี้ก็มีบางจุดท่ีเต็มไปด้วยไม้ซึ่งกลายเป็นหิน เราก็เลยได้เรียนรู้เรื่องธรณีวิทยาเพิ่มด้วย
สิ่งที่ผมชอบและคิดว่าแตกต่างจากเมืองไทย คือทางเดินหลายจุดมีการเอาเปลือกไม้และเศษไม้มาโรย เพื่อให้เดินแล้วนิ่ม และช่วยให้ได้กลิ่นของธรรมชาติเวลาเดิน เขาเชื่อว่า ต้นไม้แต่ละต้นมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป ไม่ใช่แค่กินเป็นสมุนไพรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดมด้วย เขาเชื่อว่า การเข้ามาสูดอากาศและกลิ่นของต้นไม้ในป่าจะช่วยให้คนผ่อนคลายขึ้น แข็งแรงขึ้น และคนป่วยจะมีอาการดีขึ้น






เดินไปสักพักพวกเราก็หยุดพักที่ศาลาเพื่อกินของว่าง และได้รับซองจิ๋วมาเพื่อให้ใส่ความทรงจำอะไรสักอย่างจากป่าแห่งนี้เก็บกลับไปเป็นที่ระลึก เป็นกิจกรรมที่ผมไม่คุ้นเคยอย่างแรง เพราะในเมืองไทยเรามักสอนให้ไม่เอาอะไรออกมาจากป่า แต่เมื่อพิจารณาจากขนาดของซองและจุดที่เราหยุดพักซึ่งมีแต่ต้นสน ใบหญ้ากับดอกหญ้า ผมก็พบว่า
กิจกรรมนี้ไม่ใช่การทำร้ายธรรมชาติ แต่ทำให้เราเก็บความทรงจำดีๆ ของการอยู่ในธรรมชาติเอาไว้ใกล้ๆ ตัวต่างหาก
แล้วก็มาถึงกิจกรรมสุดท้ายของวนาบำบัด ไกด์เอาเสื่อมาปูให้กลางลานหญ้าที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ใกล้ๆ เขาให้เรานอนมองท้องฟ้า แล้วสัมผัสถึงธรรมชาติที่อยู่รอบตัว เขาเชื่อว่าการได้เปล่ียนมุมที่มองธรรมชาติ จะทำให้เรามีมุมมองต่อธรรมชาติเปลี่ยนไป
ผมไม่รู้จะว่าชื่นชมกิจกรรมนี้ยังไงดี บางทีอาจจะเป็นความถนัดของคนญี่ปุ่นที่มักจะทำสิ่งเล็กๆ ให้พิเศษและมีความหมายได้เสมอ หรือไม่อย่างนั้นก็อาจเป็นเพราะคนญี่ปุ่นรับรู้ถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติตลอดเวลา การเดินป่าของเขาจึงไม่ใช่เข้าไปดู แต่เป็นเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เข้าไปเพื่อให้ธรรมชาติไหลเวียนเข้ามาในตัวเรา
พอกลับมาถึงจุดเริ่มต้น ก่อนที่เราจะก้าวเท้าออก ผมสูดลมหายใจลึกๆ 3 ครั้ง ผมอยากเก็บอากาศเก่าไว้กับตัวนานๆ
Sasaguri Kyudai no Mori course(篠栗九大の森コース)
ที่อยู่: 1009 Wada, Sasaguri-machi, Kasuya-gun, Fukuoka, Japan/福岡県糟屋郡篠栗町和田1009
การเดินทาง: ขึ้นรถไฟ JR มาลงที่สถานี Sasaguri แล้วต่อแท็กซี่ 10 นาที
Homepage:http://www.sasaguri-therapy.jp/
การเดินทาง: ขึ้นรถไฟ JR มาลงที่สถานี Sasaguri แล้วต่อแท็กซี่ 10 นาที
Homepage:http://www.sasaguri-therapy.jp/
WHAT’S NEW
EDITORS' PICKS
PRESENTS
asianbeat's present campaign!
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง คุณ Aoyama Yoshino, คุณ Suzushiro Sayumi สำหรับ 2 ท่าน
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง Okasaki Miho คุณ Kumada Akane และคุณMindaRyn สำหรับ 2 ท่าน
- ◆Winner announced! ลุ้นรับของรางวัลจาก "เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว Scarlet Bond เวอร์ชั่นภาพยนตร์" สำหรับ 3 ท่าน