[ ICON ] Diva คนใหม่ที่ผสมผสาน “วัฒนธรรมญี่ปุ่น” ในเพลงได้อย่างลงตัว Yun*chi(1/2)
Previous | Next

ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมฮาราจุกุที่แพร่กระจายออกไปทั่วโลก เห็นได้จากการที่แครี่พามิวพามิวและ 6%DOKIDOKI ของมาสึดะ เซบาสเตียนได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง มาวันนี้มีศิลปินหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามองว่าเธอจะออกไปตีตลาดโลกได้อีกคน นั่นก็คือ Yun*chi (ยุนจิ)
อัลบั้มเดบิวของเธอ ในชื่อ “Yun*chi” นั้นได้ทั้ง kz (livetune) เทพแห่งนิโกะนิโกะโดกะผู้สร้างให้ VOCALOID โด่งดังแบบทุกวันนี้ และคุณยูสุเกะ อาซาดะ ผู้เคยทำงานซาวน์โปรดิวซ์ให้กับ CHARA มาร่วมงานด้วย นอกจากนี้ก็ยังมี VANQUISH แบรนด์สไตล์ “โอะนี่เค” ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในวงการแฟชั่นญี่ปุ่นปัจจุบันนี้มาร่วมแจมอีกด้วย เพียงแค่เดบิวได้ไม่นานก็สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นแล้วในตอนนี้
คราวนี้เราได้มีโอกาสไปพูดคุยเพื่อเจาะลึกถึงที่มาและเรื่องราวส่วนตัวของเธอมาฝากกัน ในการสัมภาษณ์นี้ คุณจะได้เห็นสเน่ห์ในการผสมผสาน “วัฒนธรรมญี่ปุ่น” ต่างๆเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวไม่มีที่ติ
ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกที่ในบ้านคือเวทีของเธอ

――จุดเริ่มต้นของการมาเป็นนักร้องคืออะไร?
Yun*chi:พ่อแม่เป็นคนชอบดนตรี ชอบร้องเพลงมาก่อนอยู่แล้ว ตัวฉันเองก็เลยชอบทั้งดนตรีและการร้องเพลงไปโดยปริยาย ตอนแรกพ่อแม่จะชอบเพลงออกแนวลูกทุ่งของญี่ปุ่น เมื่อก่อนฉันก็จะชอบร้องเพลงแนวๆนี้ในบ้าน แต่พอโตขึ้น ฉันมีเพื่อนที่เป็น DJ ทำเพลงแร็พ แล้วพอดีเขาอยากได้นักร้องผู้หญิง ก็เลยมาชักชวนฉันค่ะ ทีนี้พอเพื่อนมาชวน ฉันเองก็ชอบร้องเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยคิดจะลองดู ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก พอได้ไปอัดเสียงครั้งแรก ก็เริ่มสังเกต “เนื้อเสียงของตัวเอง” ได้เรียนรู้ว่าทั้งการใส่อารมณ์ การหายใจ การออกเสียง เพียงแค่เราเปลี่ยนสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปนิดเดียว การถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ยิ่งทำให้หลงใหลสเน่ห์ของการร้องเพลงมากยิ่งขึ้นอีก แต่ไม่นานเราก็แยกวงกัน หลังจากนั้นมาก็ทำงานตัวคนเดียวในวงการเพลงมาโดยตลอดค่ะ
Yun*chi:พ่อแม่เป็นคนชอบดนตรี ชอบร้องเพลงมาก่อนอยู่แล้ว ตัวฉันเองก็เลยชอบทั้งดนตรีและการร้องเพลงไปโดยปริยาย ตอนแรกพ่อแม่จะชอบเพลงออกแนวลูกทุ่งของญี่ปุ่น เมื่อก่อนฉันก็จะชอบร้องเพลงแนวๆนี้ในบ้าน แต่พอโตขึ้น ฉันมีเพื่อนที่เป็น DJ ทำเพลงแร็พ แล้วพอดีเขาอยากได้นักร้องผู้หญิง ก็เลยมาชักชวนฉันค่ะ ทีนี้พอเพื่อนมาชวน ฉันเองก็ชอบร้องเพลงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลยคิดจะลองดู ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก พอได้ไปอัดเสียงครั้งแรก ก็เริ่มสังเกต “เนื้อเสียงของตัวเอง” ได้เรียนรู้ว่าทั้งการใส่อารมณ์ การหายใจ การออกเสียง เพียงแค่เราเปลี่ยนสิ่งต่างๆเหล่านี้ไปนิดเดียว การถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ยิ่งทำให้หลงใหลสเน่ห์ของการร้องเพลงมากยิ่งขึ้นอีก แต่ไม่นานเราก็แยกวงกัน หลังจากนั้นมาก็ทำงานตัวคนเดียวในวงการเพลงมาโดยตลอดค่ะ
――ได้รับอิทธิพลจากดนตรีประเภทไหนบ้าง
Yun*chi:ก็หลากหลายแนวอยู่นะคะ มักมีคนถามบ่อยๆว่าชอบศิลปินคนไหน ได้รับอิทธิพลจากใครบ้าง แต่คือมีเยอะมากน่ะค่ะ ตอบไม่ถูกเหมือนกัน(หัวเราะ) อย่างนักร้องที่พ่อแม่ชอบก็คือ คุณเอคิจิ ยาซาวะ, คุณเซย์โกะ มัตสึดะ, คุณอาคินะ นากาโมริ, คุณยาสึยุคิ โอกามุระ, คุณยุทากะ โอะซากิ, คุณฮิเดะอาคิ โทคุนางะ แล้วก็มีอีกเยอะเลยค่ะ ส่วนทาง J-POP พอขึ้นม.ปลายก็เริ่มฟังเพลงแดนซ์ต่างๆ พอมาร่วมงานกับวงดนตรีก็ยิ่งฟังเพลงหลากหลายแนวมากยิ่งขึ้น ตัวฉันเองชอบทั้งการฟังเพลงและร้องเพลง คิดว่าถ้าได้เป็นตัวกลางระหว่างคนที่ชื่นชอบดนตรีหนักๆ ฮาร์ดคอร์ทั้งหลาย หรือ คนที่ชอบแนวป๊อป เมโลดี้ฟังง่ายๆสบายๆ หรือ แม้แต่เด็กๆ ก็คงจะดีไม่น้อย คือพยายามทำเพลงที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนหันมาสนใจดนตรี ก็เลยพยายามทำเพลงที่เป็นเพลงจริงๆ แม้ว่ามันจะเป็นแนวแดนซ์ ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก เพื่อให้เวลาที่คนฟังเพลงก็จะสามารถนึกภาพตามไปด้วยได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องอ่านเนื้อร้องในบุคเล็ตตามไปด้วย
Yun*chi:ก็หลากหลายแนวอยู่นะคะ มักมีคนถามบ่อยๆว่าชอบศิลปินคนไหน ได้รับอิทธิพลจากใครบ้าง แต่คือมีเยอะมากน่ะค่ะ ตอบไม่ถูกเหมือนกัน(หัวเราะ) อย่างนักร้องที่พ่อแม่ชอบก็คือ คุณเอคิจิ ยาซาวะ, คุณเซย์โกะ มัตสึดะ, คุณอาคินะ นากาโมริ, คุณยาสึยุคิ โอกามุระ, คุณยุทากะ โอะซากิ, คุณฮิเดะอาคิ โทคุนางะ แล้วก็มีอีกเยอะเลยค่ะ ส่วนทาง J-POP พอขึ้นม.ปลายก็เริ่มฟังเพลงแดนซ์ต่างๆ พอมาร่วมงานกับวงดนตรีก็ยิ่งฟังเพลงหลากหลายแนวมากยิ่งขึ้น ตัวฉันเองชอบทั้งการฟังเพลงและร้องเพลง คิดว่าถ้าได้เป็นตัวกลางระหว่างคนที่ชื่นชอบดนตรีหนักๆ ฮาร์ดคอร์ทั้งหลาย หรือ คนที่ชอบแนวป๊อป เมโลดี้ฟังง่ายๆสบายๆ หรือ แม้แต่เด็กๆ ก็คงจะดีไม่น้อย คือพยายามทำเพลงที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนหันมาสนใจดนตรี ก็เลยพยายามทำเพลงที่เป็นเพลงจริงๆ แม้ว่ามันจะเป็นแนวแดนซ์ ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก เพื่อให้เวลาที่คนฟังเพลงก็จะสามารถนึกภาพตามไปด้วยได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องอ่านเนื้อร้องในบุคเล็ตตามไปด้วย
เมื่อก่อนไม่ชอบเสียงแปลกๆของตัวเอง แต่ตอนนี้คิดว่าเป็นอาวุธประจำตัว
――มีสิ่งที่ใส่ใจเป็นพิเศษในการเขียนเนื้อร้องบ้างไหม?
Yun*chi:ก็เช่นการสื่อความหมายค่ะ จะให้ความสำคัญกับเสียงร้องและอารมณ์ทิ่คิดว่าดีแล้วในการอัดเสียงครั้งแรกมากๆ แต่ตัวฉันเองเป็นคนออกเสียงไม่ค่อยชัด เสียงก็สูงๆ บางทีร้องว่า “อิ” ก็ไม่ได้ยินเป็น “อิ” (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเวลาเขียนเนื้อร้องก็พยายามเลือกคำง่ายๆที่จะสามารถถ่ายทอดความหมายให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายๆเสียเป็นส่วนใหญ่น่ะค่ะ
――นอกจากนี้ก็ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆในงานของตัวเองอีกด้วย?
Yun*chi:ใช่แล้วค่ะ คือจริงๆก็มีเพลงที่ขอให้ท่านอื่นช่วยเขียนให้ แต่บางทีก็แก้เนื้อร้องบางคำให้เป็นคำที่ตัวเองสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือแก้เป็นคำที่อาจจะเหมาะมากกว่าบ้างค่ะ แต่คราวนี้ คนที่ช่วยเขียนเนื้อร้องให้ และคุณ kz จาก livetune ที่มาทำดนตรีให้ คุณยูสึเกะ อาซาดะ คุณAvecAvec ทุกคนล้วนรู้จักฉันมาตั้งแต่สมัยก่อนจะเดบิวอยู่แล้ว ทุกคนก็รู้จักฉันดี เนื้อร้องที่เขียนมาก็เลยเหมือนกับเป็นเนื้อร้องที่ฉันเขียนขึ้นมาเองจากมุมมองของฉันเองเลยก็ว่าได้ค่ะ
Yun*chi:ก็เช่นการสื่อความหมายค่ะ จะให้ความสำคัญกับเสียงร้องและอารมณ์ทิ่คิดว่าดีแล้วในการอัดเสียงครั้งแรกมากๆ แต่ตัวฉันเองเป็นคนออกเสียงไม่ค่อยชัด เสียงก็สูงๆ บางทีร้องว่า “อิ” ก็ไม่ได้ยินเป็น “อิ” (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเวลาเขียนเนื้อร้องก็พยายามเลือกคำง่ายๆที่จะสามารถถ่ายทอดความหมายให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายๆเสียเป็นส่วนใหญ่น่ะค่ะ
――นอกจากนี้ก็ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆในงานของตัวเองอีกด้วย?
Yun*chi:ใช่แล้วค่ะ คือจริงๆก็มีเพลงที่ขอให้ท่านอื่นช่วยเขียนให้ แต่บางทีก็แก้เนื้อร้องบางคำให้เป็นคำที่ตัวเองสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกออกมาได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือแก้เป็นคำที่อาจจะเหมาะมากกว่าบ้างค่ะ แต่คราวนี้ คนที่ช่วยเขียนเนื้อร้องให้ และคุณ kz จาก livetune ที่มาทำดนตรีให้ คุณยูสึเกะ อาซาดะ คุณAvecAvec ทุกคนล้วนรู้จักฉันมาตั้งแต่สมัยก่อนจะเดบิวอยู่แล้ว ทุกคนก็รู้จักฉันดี เนื้อร้องที่เขียนมาก็เลยเหมือนกับเป็นเนื้อร้องที่ฉันเขียนขึ้นมาเองจากมุมมองของฉันเองเลยก็ว่าได้ค่ะ

●หน้าปกอัลบั้มใหม่ของ “Yun*chi”
――ทั้งความสามารถในการร้องและเสียงร้องได้รับคำวิจารณ์ในทางดีมากๆ คิดอย่างไรบ้าง
Yun*chi:จริงๆแล้วยังได้เรียนวอยซ์เทรนนิ่งแค่ประมาณ 5, 6 ครั้งเท่านั้นเองค่ะ ไม่ชอบเสียงสูงเหมือนอนิเมของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเริ่มคิดอยากเป็นนักร้อง ก็คิดว่าเสียงแปลกๆของเรามันก็เป็นอาวุธอย่างหนึ่งได้เหมือนกันนะ ตอนนี้ก็พอใจค่ะ (หัวเราะ)
ในฐานะคนที่เติบโตมากับดนตรี “ป็อปคัลเจอร์” ที่จับตามองในตอนนี้คืออะไร?
Yun*chi:จริงๆแล้วยังได้เรียนวอยซ์เทรนนิ่งแค่ประมาณ 5, 6 ครั้งเท่านั้นเองค่ะ ไม่ชอบเสียงสูงเหมือนอนิเมของตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่พอเริ่มคิดอยากเป็นนักร้อง ก็คิดว่าเสียงแปลกๆของเรามันก็เป็นอาวุธอย่างหนึ่งได้เหมือนกันนะ ตอนนี้ก็พอใจค่ะ (หัวเราะ)
ในฐานะคนที่เติบโตมากับดนตรี “ป็อปคัลเจอร์” ที่จับตามองในตอนนี้คืออะไร?
Previous | Next
WHAT’S NEW
EDITORS' PICKS
PRESENTS
asianbeat's present campaign!
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง คุณ Aoyama Yoshino, คุณ Suzushiro Sayumi สำหรับ 2 ท่าน
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง Okasaki Miho คุณ Kumada Akane และคุณMindaRyn สำหรับ 2 ท่าน
- ◆Winner announced! ลุ้นรับของรางวัลจาก "เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว Scarlet Bond เวอร์ชั่นภาพยนตร์" สำหรับ 3 ท่าน