[ ICON ] Sebastian Masuda – ผู้เผยแผ่วัฒนธรรม Harajuku Kawaii (3/4)
การที่ Kyary โด่งดังไปทั่วโลกนั้นเป็นการโด่งดังแบบธรรมชาติ
●ซิงเกิ้ล PONPONPON ของ Kyary Pamyu Pamyu ออกหลังจากเกิดแผ่นดินไหวและทสึนามิ และด้วยการทำมิวสิควีดีโอเป็นสไตล์เล่นสี จึงทำให้ทั่วโลกจับตามอง ซึ่งคุณ Masuda ทำหน้าที่เป็นไดเรกเตอร์ฝ่ายศิลป์
――คุณได้ค้นพบอะไรใหม่จากอีเว้นท์นี่ไหมคะ
Masuda : ผมเพิ่งมารู้ว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่ได้เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมากนัก นั่นก็เพราะว่าที่ต่างประเทศเขาจะสามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงทำตัวนี้ขึ้นมา เพราะถ้าคุณไม่สามารถอธิบายมันได้ เขาก็จะไม่มีคุณในสายตาเขา
ตอนที่พวกเราอยู่ที่ซานฟรานซิสโก เราได้ไปเปิดร้านชั่วคราว 1 เดือนเพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเราและตอนนั้นผมก็เปิดทอร์คโชว์ ลูกค้าเข้ามาฟังกันเยอะแยะแทบจะไม่มีที่เดินเลยครับ ในทอร์คโชว์ ผมคุยเกี่ยวกับว่าทำไมพวกเขาถึงรักในวัฒนธรรมฮาราจุกุ และทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาฟังทอร์คโชว์ของผม พอคุยเท่านั้นแหละทุกคนก็ลุกขึ้นพร้อมเสียงปรบมืออย่างไม่ขาดสาย เมืองซานฟรานซิสโกนั้นเป็นเมืองที่ได้ขึ้นชื่ออยู่ว่าเป็นเมืองที่ชอบคุยเรื่อง academic ดังนั้นผมจึงคิดว่าพวกเขาคงรอที่จะอยากฟังถึงความเป็นมาอย่างแท้จริงของวัฒนธรรมฮาราจุกุ มีเด็กที่ทำสีผม หรือทำรอยสัก ถึงกับร้องไห้ในงานด้วยหลังจากรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมั่นใจในแฟชั่นที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้หรือไม่เป็นไรอย่างน้อยก็เข้าใจแล้วว่าทำไมตัวเองถึงต้องทำผมสีน้ำเงิน เป็นต้น
ในต่างประเทศมีประเภท single mother มากกว่าในญี่ปุ่นเป็นหลายเท่าและพวกเขาเหล่านั้นต่างก็มีปัญหาเร้ารุมในใจ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สามารถคลายปัญหานั้นได้ก็คือแฟชั่น คนเหล่านั้นในอเมริกาเขามองฮาราจุกุเป็นสถานที่ที่พวกเขาสามารถปลดปล่อยโดยผ่านแฟชั่น โดยไม่สนใจว่าจะออกมาลุคไหนขอแค่ไม่มีความกลัวนั่นเอง
Masuda : ผมเพิ่งมารู้ว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่ได้เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศมากนัก นั่นก็เพราะว่าที่ต่างประเทศเขาจะสามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงทำตัวนี้ขึ้นมา เพราะถ้าคุณไม่สามารถอธิบายมันได้ เขาก็จะไม่มีคุณในสายตาเขา
ตอนที่พวกเราอยู่ที่ซานฟรานซิสโก เราได้ไปเปิดร้านชั่วคราว 1 เดือนเพื่อตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเราและตอนนั้นผมก็เปิดทอร์คโชว์ ลูกค้าเข้ามาฟังกันเยอะแยะแทบจะไม่มีที่เดินเลยครับ ในทอร์คโชว์ ผมคุยเกี่ยวกับว่าทำไมพวกเขาถึงรักในวัฒนธรรมฮาราจุกุ และทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาฟังทอร์คโชว์ของผม พอคุยเท่านั้นแหละทุกคนก็ลุกขึ้นพร้อมเสียงปรบมืออย่างไม่ขาดสาย เมืองซานฟรานซิสโกนั้นเป็นเมืองที่ได้ขึ้นชื่ออยู่ว่าเป็นเมืองที่ชอบคุยเรื่อง academic ดังนั้นผมจึงคิดว่าพวกเขาคงรอที่จะอยากฟังถึงความเป็นมาอย่างแท้จริงของวัฒนธรรมฮาราจุกุ มีเด็กที่ทำสีผม หรือทำรอยสัก ถึงกับร้องไห้ในงานด้วยหลังจากรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมั่นใจในแฟชั่นที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้หรือไม่เป็นไรอย่างน้อยก็เข้าใจแล้วว่าทำไมตัวเองถึงต้องทำผมสีน้ำเงิน เป็นต้น
ในต่างประเทศมีประเภท single mother มากกว่าในญี่ปุ่นเป็นหลายเท่าและพวกเขาเหล่านั้นต่างก็มีปัญหาเร้ารุมในใจ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สามารถคลายปัญหานั้นได้ก็คือแฟชั่น คนเหล่านั้นในอเมริกาเขามองฮาราจุกุเป็นสถานที่ที่พวกเขาสามารถปลดปล่อยโดยผ่านแฟชั่น โดยไม่สนใจว่าจะออกมาลุคไหนขอแค่ไม่มีความกลัวนั่นเอง

●หนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle ลงข่าวเกี่ยวกับ 6%DOKIDOKI
――อะไรคือผลตอบรับจากทางมีเดียของแต่ละที่ในการทัวร์ทั่วโลกคะ
Masuda : เราได้ลงในหน้าปกสื่อต่างๆในทุกๆประเทศหรือทุกๆพื้นที่ที่เราได้ไปเยือน ทำให้คำว่า Kawaii และ Harajuku เป็นที่รู้จักกันทีละนิดทีละน้อย อย่างหนังสือพิมพ์ Sanfrancisco Chronicle ของเมืองซานฟรานซิสโก และ IBUKI MAGAZINE ของเมือง Seattle ก็มาขอสัมภาษณ์และได้ลงในหน้าหนังสือพิมพ์เขาด้วยครับ
คนญี่ปุ่นมักจะดูถูกตัวเองว่า ของของญี่ปุ่นคงไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติแน่ๆ แต่ตอนนี้ของญี่ปุ่นค่อยๆขยายไปต่างประเทศ แล้วผลสะท้อนนั้นกลับมาญีปุ่นนั้นมีเวลาที่ต่างกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ KAWAII และ HARAJUKU ได้ขยายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วนั้นก็คือ แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ตอนนั้นญี่ปุ่นแม้กระทั่งในต่างประเทศต่างก็ฮือฮาไปตามข่าว เรียกได้ว่า เปิดไปไหนก็เจอแต่ข่าวญี่ปุ่น ทางผมก็ขนาดมี CNN มาขอสัมภาษณ์เลยครับแต่ก็เกี่ยวกับข่าวน่ะครับ ตอนนั้นทุกคนรู้สึกหดหู่กันไปหมด วัฒนธรรมคัลเลอร์ฟูลก็เริ่มออกมาเหมือนให้อนาคตอีกครั้งกับโลกใบนี้ ตอนนั้นวัฒนธรรมนั้นก็คือตัวไอคอน Kyary Pamyu Pamyu
――Kyary อาจจะโผล่มาได้จังหวะพอดีเลยนะคะ
Masuda : ที่ผ่านมาก็มีแฟชั่นและวัฒนธรรมอย่างนั้นออกมาเผยแผ่กันเยอะแต่ยังไม่มีไอคอนน่ะครับ เธอเป็นลูกค้าคนเดียวเท่านั้นของ 6%DOKIDOKI ที่ถูกคัดเลือก และทำเป็นเพลงขึ้นเองจนได้กลายเป็นไอคอนในช่วงพริบตาเดียว ว่าไปแล้วภัยแผ่นดินไหวและวัฒนธรรมคัลเลอร์ฟลูก็ดูเหมือนจะลิงค์กันเป็นนัยๆอยู่เหมือนกันน่ะครับ ทำให้การมีชื่อเสียงของ Kyary ออกมาแบบธรรมชาติไปเลย เลยทำให้ MV และเพลงซิงเกิ้ลเดบิ้ว PONPONPON ของเธอเป็นที่รู้จักทั่วโลก
และเนื่องจากเธอเป็นไอคอนที่เกิดตอนช่วงที่ญี่ปุ่นเป็นข่าว จึงเป็นอะไรที่ดึงดูดจากแฟนคลับทั่วโลกได้
Masuda : เราได้ลงในหน้าปกสื่อต่างๆในทุกๆประเทศหรือทุกๆพื้นที่ที่เราได้ไปเยือน ทำให้คำว่า Kawaii และ Harajuku เป็นที่รู้จักกันทีละนิดทีละน้อย อย่างหนังสือพิมพ์ Sanfrancisco Chronicle ของเมืองซานฟรานซิสโก และ IBUKI MAGAZINE ของเมือง Seattle ก็มาขอสัมภาษณ์และได้ลงในหน้าหนังสือพิมพ์เขาด้วยครับ
คนญี่ปุ่นมักจะดูถูกตัวเองว่า ของของญี่ปุ่นคงไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติแน่ๆ แต่ตอนนี้ของญี่ปุ่นค่อยๆขยายไปต่างประเทศ แล้วผลสะท้อนนั้นกลับมาญีปุ่นนั้นมีเวลาที่ต่างกัน สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ KAWAII และ HARAJUKU ได้ขยายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วนั้นก็คือ แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ตอนนั้นญี่ปุ่นแม้กระทั่งในต่างประเทศต่างก็ฮือฮาไปตามข่าว เรียกได้ว่า เปิดไปไหนก็เจอแต่ข่าวญี่ปุ่น ทางผมก็ขนาดมี CNN มาขอสัมภาษณ์เลยครับแต่ก็เกี่ยวกับข่าวน่ะครับ ตอนนั้นทุกคนรู้สึกหดหู่กันไปหมด วัฒนธรรมคัลเลอร์ฟูลก็เริ่มออกมาเหมือนให้อนาคตอีกครั้งกับโลกใบนี้ ตอนนั้นวัฒนธรรมนั้นก็คือตัวไอคอน Kyary Pamyu Pamyu
――Kyary อาจจะโผล่มาได้จังหวะพอดีเลยนะคะ
Masuda : ที่ผ่านมาก็มีแฟชั่นและวัฒนธรรมอย่างนั้นออกมาเผยแผ่กันเยอะแต่ยังไม่มีไอคอนน่ะครับ เธอเป็นลูกค้าคนเดียวเท่านั้นของ 6%DOKIDOKI ที่ถูกคัดเลือก และทำเป็นเพลงขึ้นเองจนได้กลายเป็นไอคอนในช่วงพริบตาเดียว ว่าไปแล้วภัยแผ่นดินไหวและวัฒนธรรมคัลเลอร์ฟลูก็ดูเหมือนจะลิงค์กันเป็นนัยๆอยู่เหมือนกันน่ะครับ ทำให้การมีชื่อเสียงของ Kyary ออกมาแบบธรรมชาติไปเลย เลยทำให้ MV และเพลงซิงเกิ้ลเดบิ้ว PONPONPON ของเธอเป็นที่รู้จักทั่วโลก
และเนื่องจากเธอเป็นไอคอนที่เกิดตอนช่วงที่ญี่ปุ่นเป็นข่าว จึงเป็นอะไรที่ดึงดูดจากแฟนคลับทั่วโลกได้
ผมมั่นใจว่าพวกเขาเหล่านั้นที่ชื่นชอบเธอ จะเป็นแรงกำลังใจให้กับอนาคตและความหวังของประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

●งานอีเว้นท์วัฒนธรรม Roots of kawaii จัดโดยคุณ Masuda Sebastian ที่ LA โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 6,000 คน
――หลังจากนั้นคุณกับ Kyary ก็เลยรวมกันขึ้นมาใช่ไหมคะ
Masuda : ครับ ก็เมื่อเดือนธันวาปี 53 ก็มีทำอีเว้นท์ Roots of kawaii ที่ LA ด้วยกันน่ะครับ
คำว่า KAWAII ที่ขยายไปทั่วโลกนั้น ผมคิดว่าน่าจะต้องมีการอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียด เพราะเนื่องจากว่า อย่างเช่น พอถามคนต่างชาติเกี่ยวกับคิดตี้จัง ส่วนใหญ่เขาจะตอบกันว่า มิกกี้เป็นหนู แล้วคิดตี้จังเป็นแมวใช่ไหม พูดง่ายๆเขาคิดว่าคิดตี้จังลอกเลียนแบบจากมิกกี้แต่สำหรับเราๆคนญี่ปุ่นซึ่งโตมาด้วยวัฒนธรรม KAWAII คิดว่า คิดตี้จังคือคาแรกเตอร์ต้นแบบ
ดังนั้นหากเราไม่อธิบาย ก็จะทำให้เขาเหล่านั้นเข้าใจผิดในวัฒนธรรม KAWAII ผมอยากจะให้ทุกคนรับรู้ถึงความเป็นจริงและประวัติของวัฒนธรรมแฟนซี อย่างของคุณ Naito Rune โดยการแนะนำ Kyary chan ให้ทั่วโลกได้รู้จัก ซึ่งผมมองว่าจะสามารถสื่อบอกความจริงของการกำเนิดคำว่า KAWAII ผ่านประวัติศาสตร์ที่มีมาแต่ดั้งเดิมกว่าคิดตี้จังเสียอีก
ว่าไปแล้ว ในงานวันนั้น มีแฟนคลับมายืนรอซื้อตั๋วตั้ง 6 ช.ม.แน่ะครับ วัฒนธรรม KAWAII นี่ดูเหมือนจะยังไปอีกได้ไกลครับ
พวกเราคิดจากไอเดียที่ไม่ได้ตามแนววัฒนธรรมต่างประเทศเลย ก็เลยรู้สึกว่าเหมือนเป็นการบุกเบิกท่ามกลางสิ่งที่ไม่รู้ แม้กระทั่งในญี่ปุ่น เราก็เริ่มบุกเบิกด้วยการจัดงาน HARAJUKU KAWAII! ออกาไนซ์โดยคุณ Nakagawa และ ASOBISYSTEM เพื่อนๆเน็ตเวิร์คของเราตอนนี้ก็แพร่กระจายไปทั่วทุกแห่งในโลก และด้วยแฟชั่นในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้นผมคิดว่า แฟชั่นคัลเลอร์ฟูลของปี 90 ก็น่าจะได้กลับมาอีกรอบ เพราะถ้าพวกเราไม่รีบทำอะไรต่อ ผมคิดว่าวัฒนธรรมสมัยก็คงโดนลบเลือนไป แต่จริงๆเราก็อาศัยอยู่ในสมัยนั้นอยู่แล้ว มันก็แค่สานต่อมาปัจจุบันเท่านั้น และก็มากับ Kyary ไอคอนที่แสดงออกถึงความเป็นอิสรภาพของแฟชั่น Harajuku ในปี 90 พวกเราอยากเห็นมันอีกครั้ง อยากสัมผัสมันอีกครั้ง ผู้คนเหล่านั้นที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ ก็คงอยากจะเห็นวัฒนธรรมนี้และรู้สึกถึงความหวังในอนาคตของประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

●Kyary Pamyu Pamyuในงานแฟชั่นโดยแต่งกายด้วยแบรนด์ 6%DOKIDOKI

●รูปถ่ายรวมกับสต้าฟทุกท่านในงาน Roots of kawaii งานนี้ คุณ Masuda Sebastian เป็นออกาไนเซอร์ถือว่าเป็นคนญี่ปุ่นส่วนน้อยที่ไปเปิดงานต่างประเทศและสต้าฟและผู้ชมต่างก็เป็นคนของชาตินั้นๆ
WHAT’S NEW
EDITORS' PICKS
PRESENTS
asianbeat's present campaign!
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง คุณ Aoyama Yoshino, คุณ Suzushiro Sayumi สำหรับ 2 ท่าน
- ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง Okasaki Miho คุณ Kumada Akane และคุณMindaRyn สำหรับ 2 ท่าน
- ◆Winner announced! ลุ้นรับของรางวัลจาก "เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว Scarlet Bond เวอร์ชั่นภาพยนตร์" สำหรับ 3 ท่าน