icon ขณะนี้ได้มีมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสใหม่ในแต่ละพื้นที่ กรุณาตรวจสอบข้อมูลการเคลื่อนไหวของงานกิจกรรมและร้านค้าต่างๆตามเว็บไซต์
icon ขณะนี้ได้มีมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสใหม่ในแต่ละพื้นที่
กรุณาตรวจสอบข้อมูลการเคลื่อนไหวของงานกิจกรรมและร้านค้าต่างๆตามเว็บไซต์

asianbeat เว็ปไซด์เสนอข้อมูลข่าวสารแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเยาวชนเอเชีย

  • facebook
  • Instagram

[ ICON ] Sebastian Masuda – ผู้เผยแผ่วัฒนธรรม Harajuku Kawaii (4/4)

  |  Next

ต่อต้านสังคมโดยผ่านแฟชั่นด้วยการสวมใส่ของที่เป็นแบบคัลเลอร์ฟลู

6%DOKIDOKI yone
●โครงการการกุศลชื่อ ONE SNAP FOR LOVE ที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของ MIGHTY HARAJUKU PROJECT โดยร่วมกับคุณ Yonehara Yasumasa

――หลังจากที่ได้ออกต่างประเทศบ่อยๆเช่นนี้ มุมมองที่คุณมองฮาราจุกุได้เปลี่ยนไปไหมคะ

Masuda: เปลี่ยนไปครับ มันทำให้ผมคิดไปว่าทุกคนชื่นชอบฮาราจุกุได้อย่างไร ซึ่งผมคิดว่าน่าจะคล้ายๆกับสโลแกน Flower Power Movement ที่เมืองซานฟรานซิสโกในปี 1968 เมื่อตอนเกิดสงครามเวียดนาม อุตสาหกรรมทางการทหารทำให้ประเทศรุ่งเรือง แต่บรรดาเยาวชนกลับมองในทางกลับกันซึ่งในทางรุ่งเรืองทางจิตใจแล้วการเคลื่อนไหวอย่างหนึ่งนั้นน่าจะเป็น Flower Power Movement นี้ ปัจจุบัน สงครามและการก่อวินาศกรรมก็ยังมีอยู่ซึ่งแม้กระทั่งในญี่ปุ่นต่างก็มีข่าวขอโทษขอโพยกันแทบทุกวัน การเป็นผู้ใหญ่ก็คือการโกหก ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้คนหลายๆคนหันมาสนใจในแฟชั่นที่เป็นแบบสีสันเพื่อเป็นการต่อต้านการเป็นผู้ใหญ่ที่พวกเขาไม่อยากเป็น อย่างเช่น ตามหนังสือ the London Times และตามสื่อมีเดียต่างประเทศต่างๆต่างก็กล่าวถึง6%DOKIDOKI ว่าเป็นแบรนด์แฟชั่นที่ให้ความหมาย ความรู้สึกถึง ความสุข เช่น “Happy anarchy/Happy hippy punk/Sugar coated anarchy” ซึ่งสีสันที่ออกมานั้นแสดงถึงความน่ารักสดใส รวมไปถึง MV PONPONPON ของ Kyary และนั่นก็เลยทำให้วัฒนธรรม HARAJUKU และ KAWAII กลายเป็นที่ชื่นชอบ

――ฮาราจุกุตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ

Masuda : ผมคิดว่าดีขึ้นนะ อาจเพราะมี Kyari chan และมีคนแต่งตัวน่ารักสไตล์สีสันเพิ่มขึ้นด้วยกระมัง ตอนนี้ก็เห็นจะมี H&M ที่ทำออกมาสไตล์เสื้อผ้าแนวสีๆ ช่วงนั้นฮาราจุกุก็หวิวๆเหมือนกันครับ ยิ่งตอนช่วงหลังเกิดแผ่นดินไหว แต่ก็ได้ตัวอย่างจากเหตุการณ์ 9/11 ที่เมืองนิวยอร์ค ที่เขากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ซึ่งฮาราจุกุก็ได้กลับมารุ่งอย่างรวดเร็วได้อีกเหมือนเดิมเช่นกัน ช่วงแรกๆของการเกิดแผ่นดินไหวนั้น ก็มีข่าวออกไปทั่วโลกว่าทสึนามิเข้าถึงฮาราจุกุบ้าง ไม่มีฮาราจุกุแล้วบ้าง และด้วยความที่อยากจะสื่อบอกทุกๆคนว่าฮาราจุกุยังอยู่นะ เราก็เลยทำบล็อกภาคภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษขึ้นมา ที่ชื่อว่า MIGHTY HARAJUKU PROJECT เพื่อเป็นการสื่อสารบอกกล่าวกันทุกวัน ตอนนั้น เราได้ทำเข็มขัดโปรเจ็คขึ้นมาโดยใช้เงินส่วนตัวกัน ก็แจกกับพนักงานร้าน ลูกค้าทั่วๆไปหรือออกไปแจกตามท้องถนน และก็ขอความร่วมมือกับเว็ปไซด์ของต่างประเทศช่วยลงภาพบ้าง ซึ่งจากผลที่เราอยากจะสื่อว่าฮาราจุกุยังคงมีอยู่นะนั้น ทำให้มีการเกิดการประท้วงโดยมีการถือป้าย MIGHTY HARAJUKU ทั่วโลกจนกลายเป็นเหมือนลักษณะ movement ซึ่งในตอนนั้น Kyarichan ก็เข้าไปร่วม ทำให้เราเป็นที่ยอมรับจากต่างชาติอีกครั้ง อ้อ ลืมบอกไปโลโก้เข็มกลัดเราทำเหมือนกับ WAR IS OVER ของ John Lennon ครับ
――กิจกรรมในประเทศแถบเอเชียหล่ะคะ

Masuda : ที่แถบประเทศเอเชียเราก็มีแฟนคลับครับ ตีตลาดจากอเมริกาและแถบยุโรปก่อนดีกว่า พอเข้าเอเชียแล้วง่าย ทำอย่างนั้นแล้วทำให้ประเทศนั้ยๆยอมรับเราง่ายขึ้น ผมอยากให้คนญี่ปุ่นทุกคนรู้ว่าวัฒนธรรมธรรมดาๆแบบนี้มันก็เป็นอะไรๆที่ต่างประเทศเขาชอบมากๆนะ และก็อยากให้ทุกคนภูมิใจในความเป็นประเทศญี่ปุ่นของเรากัน ตอนนี้เรามีได้รับการติดต่อจากสิงคโปร์และเซียงไฮ ก็ถ้าจังหวะดีๆก็อยากจะสานต่อไปแถบประเทศนั้นๆด้วยครับ
Mighty Harajuku
●เหล่าเยาวชที่ติดเข็มกลัดในโครงการ MIGHTY HARAJUKU
Mighty Harajuku
●เหล่าแฟนๆถือป้ายโครงการ MIGHTY HARAJUKU ตามถนนทั่วประเทศ

หากเราปลูกฝังวัฒนธรรม Kawaii ไว้ทั่วโลก โลกของเราใบนี้ก็จะอยู่ง่ายขึ้นสงบขึ้น

増田セバスチャン
――อยากจะบอกอะไรกับทุกๆคนผ่านผลงานหรือกิจกรรมที่ตัวเองจัดขึ้นคะ

Masuda : อนาคตคือแสงสว่าง ไม่จำเป็นต้องจบจากมหาวิทยาลัยดังๆ แค่ย่างก้าวออกมาจากตรงนั้น อนาคตก็เกิดแล้ว อนาคตคือสิ่งที่ตัวเองกำหนดได้ ผมจึงอยากจะสื่อหรือบอกโดยผ่านผลงานหรือกิจกรรมที่ผมทำทุกๆครั้ง และผมอยากให้วัฒนธรรม Kawaii ญี่ปุ่นได้ถูกฝังในชีวิตประจำวันของเยาวชนทั่วโลกเช่นกัน
อย่างเช่น ความใจดีของคนญี่ปุ่นที่เป็นคนค่อนข้างขี้เกรงใจ ปฏิเสธฝ่ายตรงข้ามไม่ค่อยเป็นหรือ เวลาทำงานก็จะทำให้เรียบร้อย สุภาพ รวมไปถึงวิธีการดัดแปลง และประยุกต์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อะไรก็ตามที่ได้ออกจากญี่ปุ่นเพื่อเป็นการสื่อเกี่ยวกับวัฒนธรรม Kawaii เพราะถ้าหากวัฒนธรรมเหล่านี้ได้ถูกปลูกฝังทั่วโลก โลกของเราใบนี้ก็จะมีแต่ความสงบสุขและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น ดังนั้น ผมจึงคิดว่าแฟชั่นสีๆนี้จะเป็นเครื่องหมายของสิ่งเหล่านั้นได้ครับ


――ต่อไปนี้ผลงานหรือกิจกรรมจะเป็นไปในรูปแบบไหนบ้างคะ
Masuda : ผมก่อตั้ง 6%DOKIDOKI ขึ้นก่อนหน้าที่จะเกิดแผ่นดินไหวและทสึนามิพักหนึ่ง ตอนนั้นงานชิ้นแรกของผมคือเป็น artistic director ของการทำวีดีโอ PONPONPON หลังจากนั้นผมก็ใช้เวลากับทางร้านเป็นส่วนใหญ่ จนได้มีโอกาสกลับมาทำงานด้านเวทีและการแสดงทางศิลปะอีกครั้ง
6%DOKIDOKI ณ ตอนนี้ ผมปล่อยหน้าที่ออกแบบให้กับทางสต้าฟอีกคนที่ทำงานร่วมกันมากว่า2 ปีแล้ว ส่วนตัวผมก็ทำหน้าที่เป็น supervisor เอา
ส่วนกิจกรรมอื่นก็จะเป็น โฆษณาทีวีและ TV artistic director และอื่นๆอีกมากมายที่รวมไปถึงการเผยแพร่เรื่องราวของฮาราจุกุและวัฒนธรรม ปัจจุบันผมเป็น art direction ที่ Miyamoto Amon production of the musical“The Wiz – The Wonderful Wizard of Oz” ที่ตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม โดยทำหน้าที่รับผิดชอบทั้งหมดที่เกี่ยวกับด้าน visual art vision และเสื้อผ้า
Miyamoto Amon ได้เข้ามาติดต่อผมโดยตรง ขอให้ผมช่วยด้านละครเวทีล่าสุดของแก โดยบอกผมว่า เราอยากได้โลกที่เป็นสีสันเพื่อรักษาญี่ปุ่นเอาไว้ (หัวเราะ) ผมเคยชื่นชมคุณ Terayama Shuji ตอนที่ผมหนุ่มๆและนั่นก็ทำให้ผมตัดสินเดินทางสายนี้ มันเหมือนกับ Great Harajuku Dream เลยทีเดียว (หัวเราะ) ในปีหน้าผมอยากจัดนิทรรศการเป็นของตัวเอง100% เลย คือไปออกที่นิวยอร์คและก็ที่ญี่ปุ่นด้วยครับ


――คติพจน์ของคุณคืออะไร

Masuda: “จงเห็นแล้วเชื่อ”ผมคิดว่าความเชื่อเกิดจากการได้เห็นของจริง ผมไม่อยากจะเป็นพวกที่ชอบวิจารณ์โดยที่ไม่ได้สัมผัสหรือเห็นของจริง ผมอยากจะเป็นผู้ที่มีบทบาทตรงนั้นจริงๆ อยากมีความรู้สึกที่ดีที่สามารถทำหรือประดิษฐ์ในสิ่งหรือของที่เด็กๆวัยรุ่นสามารถสวมใส่ได้ในวัยเลข 10 เลข 20 ผมเชื่อว่าผมเหลือเวลาแค่ 10 ปี ทั้งทางกายและใจ แต่การที่ได้พบกับเด็กผู้หญิงอย่าง Kyary และคนอื่นๆที่ฮาราจุกุ พวกเขาทำให้ผมอยากมีชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ(หัวเราะ)

――ฝากอะไรหน่อยค่ะกับผู้ชมทางเว็ป

Masuda: อย่าแค่อยู่ที่ประเทศตัวเอง ออกไปเผชิญโลกภายนอก แล้วคุณจะสามารถเห็นในสิ่งหลายสิ่งที่คุณไม่สามารถเห็นหรือพบได้ในประเทศของตัวเอง ผมเชื่อว่าการได้เห็นมุมโลกอีกมุมนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

(Interview:2012.6.22)

[INFO]

sebastian masudaSebastian Masuda
Art Directorー

เกิดเมื่อปี 1970 หลังจากที่ทำงานด้านการละครและโมเดิร์นอาร์ท ในปี 1995ได้เปิดร้าน 6%DOKIDOKI ที่ฮาราจุกุโดยใช้คอนเซ็ป Sensational Kawaii
ต่อมาในปี 2009 ออก world tour ภายใต้ชื่อ Harajuku"Kawaii"Experience เพื่อเผยแผ่วัฒนธรรมฮาราจุกุ ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลผู้บุกเบิกคนแรกของวัฒนธรรมฮาราจุกุ
ในปี 2011 รับผิดชอบด้าน promotional videos ของKyary Pamyu Pamyu
และทำหน้าที่เป็น TV program artistic director WORDY ของ TOWA TEI และ Art Director รายการ Kawaii International ทางช่อง NHK รวมไปถึงรับผิดชอบในงาน Naito Rune Exhibition ด้วยเช่นกัน
ปัจจุบันทำหน้าที่เป็น artistic director ให้กับละคร musical `The Wiz – The Wonderful Wizard of Oz` ของ Miyamoto Amon production



■Web Site
Sebastian Masuda http://m-sebas.com
6%DOKIDOKI http://www.dokidoki6.com
The Wiz – The Wonderful Wizard of Oz http://www.parco-play.com/web/play/wiz/
  |  Next

WHAT’S NEW

EDITORS' PICKS

  • Fukuoka Ramen Map
  • วิธีท่องเที่ยวคิวชูให้สนุกยิ่งกว่าเดิม!
  • Timeless Trip in Fukuoka ของคุณ Misako Aoki
  • Culture Watch
  • kn_fukuoka_banner_2.jpg
  • banner_pop_culture.jpg

PRESENTS

asianbeat's present campaign!
  • Okasaki Miho, Kumada Akane และ MindaRyn
  • ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง คุณ Aoyama Yoshino, คุณ Suzushiro Sayumi สำหรับ 2 ท่าน
  • Okasaki Miho, Kumada Akane และ MindaRyn
  • ◆ Winner announced! ลุ้นรับกระดาษสีพร้อมลายเซ็นจากวง Okasaki Miho คุณ Kumada Akane และคุณMindaRyn สำหรับ 2 ท่าน
  • เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว Scarlet Bond เวอร์ชั่นภาพยนตร์
  • ◆Winner announced! ลุ้นรับของรางวัลจาก "เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว Scarlet Bond เวอร์ชั่นภาพยนตร์" สำหรับ 3 ท่าน